18/05/2026
- โรคกระเพาะอาหาร เป็นโรคที่คนไทยจำนวนไม่น้อยพบเจอกันกับโรคนี้ครับ โดยสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร**โรคกระเพาะอาหารมี สาเหตุหลักจากการเสียสมดุลของกรดภายในกระเพาะอาหาร ที่ไปทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร เนื่องจากการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น อาหารไขมันสูงและอาหารรสจัด รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตครับ เช่น ความเครียด รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา การดื่มแอลกฮอล์ และการรับประทานยาบางชนิด และอีกสาเหตุหนึ่งที่พบได้คือ การติดเชื้อ Helicobacter pylori หรือ H.pylori ครับ โดยมีการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่มีภาวะโรคกระเพาะอาหาร มักจะมีเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อยู่ที่เยื่อบุกระเพาะอาหารมากถึง 90% (อ้างอิงข้อมูลจาก** https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/november-2020/hpylori-stomach-ulcers-stomach-cancer) การติดต่อของเชื้อสามารถติดต่อได้จากคนสู่คน การรับประทานอาหารและใช้อุปกรณ์ที่ปนเปื้อน เชื้อจะเข้าสู่กระเพาะอาหารและเคลื่อนที่เข้าสู่เซลล์ของกระเพาะอาหาร ซึ่งทุกท่านอาจเคยได้ยินกันมาบ้างว่า กระเพาะอาหารของเรานั้นมีฤทธิ์เป็นกรด จากกรดที่ใช้ในการย่อยอาหาร มันน่าจะต้องย่อยเชื้อแบคทีเรียตัวนี้ได้ แต่แบคทีเรียตัวนี้มีความสามารถพิเศษครับ คือ มันสามารถที่จะสร้างเกราะป้องกันการถูกย่อยจากกรดในกระเพาะอาหารได้ ทำให้สามารถอยู่รอดในกระเพาะอาหารได้ โดยเชื้อสามารถที่จะอยู่ในกระเพาะผู้ติดเชื้อได้นานนับ 10 ปีโดยผู้ที่ติดเชื้อไม่แสดงอาการเลยครับ โดยเชื้อจะทำให้ความแข็งแรงผิวเยื่อบุลดลง ส่งผลให้เกิดกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังหรือเกิดแผลในกระเพาะอาหาร มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้ครับ
- สำหรับอาการที่พบได้ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ H.pylori คือ มีอาการปวดท้องเป็นๆหายๆ เรื้อรัง บริเวณใต้ลิ้นปี่ มีอาการปวดสัมพันธ์กับมื้ออาหาร เช่น ก่อนหรือหลังมื้ออาหาร มีอาการปวดแสบ จุกแน่น หรือในกรณีที่เป็นรุนแรง สามารถที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร หรือบริเวณลำไส้เล็กส่วนต้นจนมีอาการเลือดออกในระบบทางเดินอาหารได้ครับ
- ในส่วนของการรักษา ปัจจุบันมีแนวทางในการรักษาได้หลายวิธีเลยครับ เช่น การส่องกล้องเพื่อเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อในกระเพาะอาหาร การตรวจอุจาระเพื่อหาซากเชื้อหรือโปรตีนของเชื้อที่หลุดออกมาในอุจจาระ ซึ่งวิธีนี้มีความแม่นยำถึง 98 % ในการที่จะตรวจพบเชื้อเลยครับ
- สำหรับคนที่กลัวว่าเมื่อเรามีการติดเชื้อดังกล่าวแล้วจะหายไหม ปัจจุบันมียาปฏิชีวนะที่สามารถที่จะรักษาให้โรคติดเชื้อนี้หายได้ครับ และวิธีการป้องกันการติดเชื้อนี้สามารถป้องกันได้โดย 1. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนที่จะจัดเตรียมหรือรับประทานอาหาร 2. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด รวมถึงอาหารที่ปรุงไม่สุก และหากมีอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร หรือเป็นโรคกระเพาะเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุแท้จริง รวมถึงตรวจหาเชื้อ H.pylori ด้วยครับ ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/november-2020/hpylori-stomach-ulcers-stomach-cancer)