พระเครื่อง บารมีหลวงปู่เคน เขาอีโต้

พระเครื่อง บารมีหลวงปู่เคน เขาอีโต้ แลกเปลี่ยนเช่าบูชา หาความรู้ ของผู้นิยมเลื่อมใส ในวัตถุมงคล หลวงปู่เคน สุขวัฒโน และพระเกจิอาจารย์ทั่วฟ้าเมืองไทย

⚜️๑๙ พฤษภาคม วันอาภากร น้อมรำลึก "เสด็จเตี่ย"⚜️พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์เป็นพระราชโอรสในพระ...
19/05/2026

⚜️๑๙ พฤษภาคม วันอาภากร น้อมรำลึก "เสด็จเตี่ย"⚜️

พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาโหมด ลำดับที่ ๒๘
พระนามเดิม คือ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
ประสูติเมื่อ วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๔๒๓ ทรงรับการศึกษาขั้นต้น ในพระบรมมหาราชวัง และทรงศึกษาต่อในวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๖ หลังจากทรงสำเร็จการศึกษา จึงเสด็จกลับประเทศไทยและทรงเข้ารับราชการในกรมทหารเรือ โดยทรงดำรงตำแหน่ง เป็นผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ทรงทำนุบำรุงส่งเสริมกองทัพเรือจนอยู่ในชั้นมาตรฐานสากล อันเป็นรากฐานแก่กองทัพเรือในสมัยต่อมาใน พ.ศ.๒๔๖๓ ทรงได้รับสถาปนาพระอิสริยยศเป็น กรมหลวง มีพระนามตามพระสุพรรณบัฏว่า พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์สิงหนาม และทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๖ ต่อมา
ทรงประชวรพระโรคภายใน จึงกราบถวายบังคมลาออกจากราชการ และเสด็จไปประทับที่ชายทะเลหาดทรายรี ทางใต้ปากน้ำเมืองชุมพร ในระหว่างที่ทรงพำนักอยู่ทรงศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ ทรงรักษาประชาชนทั่วไปที่ป่วยไข้ อันเป็นคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อชาวชุมพร จวบจนสิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๔๖๖
🚢🛳️🛥️🚤⛴️⛵🇹🇭🇹🇭🇹🇭🎉🎊

🙏🙏🙏 ขอขอบพระคุณ ข้อมูลจาก

⚜️พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร⚜️

04/05/2026

นะโม เม พุทธ เตเช
ไชยะ เตเช
ไชยะ สิทธิ
ไชยะ เมตตา
ไชยะ จิตตัง
ไชยะ มังคลา ไชยะ มังคลา
#พระอริยสงฆ์ผู้เมตตาแห่งวัดถ้ำเขาอีโต้ปราจีนบุรี❤️

04/05/2026

ขอฉลองให้กับวันครบรอบปีที่ 13 บน Facebook ของฉัน ขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนฉันมาโดยตลอด ฉันคงมาถึงจุดนี้ไม่ได้หากไม่มีพวกคุณทุกคน 🙏🤗🎉

🌜จันทร์ซ้อนจันทร์🌛วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 วันนี้นอกจากจะเป็นวันพระแรกของเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ความพิเศษของวันจันทร์...
02/02/2026

🌜จันทร์ซ้อนจันทร์🌛
วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 วันนี้นอกจากจะเป็นวันพระแรกของเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ความพิเศษของวันจันทร์นี้ยังเป็นวันเพ็ญ พระจันทร์เต็มดวง วันขึ้น 15 ค่ำ จึงเรียกว่า "จันทร์ซ้อนจันทร์" ซึ่งตามความเชื่อโบราณ โหราศาสตร์ ถือว่าเป็นวันฤกษ์ดี เป็นวันทรงพลัง
สำหรับปรากฎการณ์"จันทร์ซ้อนจันทร์"ในปี 2569 เมื่อดูจากปฏิทินแล้วจะพบว่าในปีนี้ มีขึ้น 3 ครั้ง
-วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ขึ้น 15 ค่ำเดือน 3
-วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8
-วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (วันออกพรรษา)
วิธีอาบแสงจันทร์ วันจันทร์ซ้อนจันทร์
1. เตรียมน้ำอาบแสงจันทร์
ใช้น้ำสะอาดใส่ภาชนะ ตั้งไว้ในจุดที่แสงจันทร์ส่องถึงโดยตรง ไม่มีสิ่งบดบัง หากมีน้ำมนต์ สามารถผสมลงไปเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล
2. เสริมพลังด้วยของมงคล (ถ้ามี)
ผู้ที่มีวัตถุมงคล เครื่องราง หรือสิ่งเสริมพลังที่พกติดตัว สามารถนำมาวางประกอบพิธีร่วมกับขันน้ำ ดอกไม้ และเทียนขาว เพื่อทำน้ำจันทร์ได้

3. จุดเทียนและสวดคาถาน้ำมนต์จันทร์เพ็ญ
หากมีเทียน ให้จุดแล้วปล่อยให้น้ำตาเทียนหยดลงในภาชนะน้ำ จากนั้นสวดคาถาน้ำมนต์จันทร์เพ็ญ ดังนี้

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

ปุญณะจันโท วิชานันเต วิสุทธิสาวะโก วะโร
พุทโธ สัทธัมมะรังสี มุนิโน มัตถะเกสุภัง
(สวด 15 จบ)

4. อาบแสงจันทร์และตั้งจิตอธิษฐาน
เมื่อได้ฤกษ์ประมาณ 23.40 น. ให้ทำจิตใจให้สงบ ระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดา และครูบาอาจารย์ เมื่อเห็นเงาพระจันทร์สะท้อนในน้ำ ให้ตักน้ำรดศีรษะ ล้างหน้า อาบทั้งตัว หรือเน้นบริเวณ เนินพระจันทร์ (ท้ายทอย) พร้อมอธิษฐานขอพรในเรื่องที่ปรารถนา เช่น การเงินคล่องตัว ความรักสมหวัง เสน่ห์เมตตา และผิวพรรณผ่องใส

หมายเหตุ : นอกจากบทสวดทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญแล้ว อาจท่องคาถาประจำวันจันทร์ สวด 15 จบ คือ "อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา" ก็ได้เช่นกัน

***เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ***

🙏🙏🙏ข้อมูลจาก sanook , thairath

"วันนวมินทรมหาราช"               วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของประเทศไทยที่ประชาชนชาวไทยต่างร่วมรำล...
13/10/2025

"วันนวมินทรมหาราช"
วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของประเทศไทยที่ประชาชนชาวไทยต่างร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 "พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร" พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ
วันดังกล่าวจึงได้รับการกำหนดให้เป็น "วันนวมินทรมหาราช" เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระราชจริยวัตรอันงดงามและพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญเพื่อประชาชนตลอดพระชนม์ชีพ
วันครบรอบการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 นับเป็นวันที่คนไทยทั้งประเทศรู้สึกเศร้าโศกและสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย และทรงงานหนักเพื่อประชาชนตลอด 70 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2566 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไทยมีมติเห็นชอบให้กำหนดชื่อวันดังกล่าวตามที่ได้ขอพระราชทานชื่อจากรัชกาลที่ 10 ซึ่งได้รับประทานชื่อเพื่อประกอบพระบรมราชวินิจฉัยมาจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ว่า "วันนวมินทรมหาราช"
เมื่อถึงวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วประเทศจะจัดกิจกรรมถวายความอาลัย เช่น การวางพวงมาลา จุดเทียนรำลึก ทำบุญตักบาตร และจัดนิทรรศการแสดงพระราชกรณียกิจ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย
คำว่า "นวมินทรมหาราช" อ่านว่า นะ-วะ-มิน-ทะ-ระ-มะ-หา-ราด มีความหมายดังนี้
"นว" หมายถึง เก้า (ลำดับที่ 9)
"มินทร์" หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน หรือกษัตริย์
"มหาราช" หมายถึง กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่
ดังนั้น "วันนวมินทรมหาราช" ซึ่งตรงกับวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี จึงมีความหมายรวมว่า วันที่ระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่
ทำให้ทุก วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ได้รับการประกาศให้เป็น วันหยุดราชการและวันหยุดประจำปีของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดีและร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยหน่วยงานราชการ ธนาคาร และภาคเอกชนส่วนใหญ่จะปิดทำการในวันดังกล่าว
วันนวมินทรมหาราช จึงเป็นวันสำคัญแห่งการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงเป็นดั่งแสงนำทางให้คนไทยตลอดมา วันดังกล่าวไม่เพียงเป็นวันหยุดราชการเท่านั้น แต่ยังเป็นวันที่คนไทยทุกคนร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระองค์ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

🙏🙏🙏ที่มาของข้อมูล : ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Government Contact Center)

วาระครบรอบ ๑๕๓ ปีมรณกาล🙏🙏🙏วันที่ 22 มิถุนายน 2415 : “สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังษี)” พระเกจิอาจารย์รูปสำคัญแห่งยุคต้น...
22/06/2025

วาระครบรอบ ๑๕๓ ปีมรณกาล
🙏🙏🙏
วันที่ 22 มิถุนายน 2415 : “สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังษี)”
พระเกจิอาจารย์รูปสำคัญแห่งยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มรณภาพ

“สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังษี)” พระเกจิอาจารย์รูปสำคัญแห่งยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สมภพเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2331 ท่านบวชเป็นสามเณรที่วัดเกศไชโย จังหวัดพิจิตร (บางเว็บไซต์ก็ระบุว่าวัดใหญ่(วัดนครชุม จังหวัดพิจิตร)) เมื่ออายุได้ 13 ปี จากนั้นได้ไปศึกษาธรรมะกับ “พระอรัญญิก เถระ (ด้วง)” ที่วัดบางขุนพรหมนอก (วัดอินทรวิหาร) กรุงเทพมหานคร และไปศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดระฆังโฆษิตาราม กรุงเทพมหานคร

ท่านเป็นเณรนักเทศน์ที่หาตัวจับยาก แสดงธรรมได้ลึกซึ้งเข้าถึงจิตใจชาวบ้าน ในปี 2352 ท่านกลับไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดตะไกร อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมาจารย์ วัดท่าหลวง เป็นประธานที่พระอุปัชฌาย์ หลังจากนั้นพระโหราธิบดี เสมียนตราด้วง ได้นิมนต์ท่านกลับมาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดระฆังโฆษิตาราม กรุงเทพมหานคร

ท่านเป็นผู้มีความรู้แตกฉานลึกซึ้งในพระไตรปิฎก เป็นที่เคารพเลื่อมใสของประชาชนทั่วไป รวมถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่และพระเจ้าแผ่นดิน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ท่านได้ธุดงค์จาริกไปตามป่าเขา เพื่อฝึกจิตนานถึง 15 ปี

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงนิมนต์ท่านมาเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆษิตาราม ต่อมาเมื่อ “สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สน)” วัดสระเกศฯ ถึงแก่มรณภาพ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาท่านขึ้นเป็น “สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังษี)” สมเด็จพระพุฒาจารย์ องค์ที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในวัย 76 พรรษา

ท่านเป็นพระภิกษุที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการเทศนาธรรม โดยจะเลือกเทศน์ให้เหมาะกับบุคคล และกาลเทศะเสมอ ซึ่งบางครั้งท่านก็เทศน์เป็นปริศนาธรรมด้วย นอกจากนี้ ท่านเป็นผู้ค้นพบคัมภีร์โบราณที่วัดเก่าแห่งหนึ่ง ต่อมาเรียกว่า “คาถาชิญบัญชร”

🙏สมเด็จพระพุฒาจารย์
(โต พฺรหฺมรํสี)
พระมหาเถระรูปสำคัญที่ได้สร้างตำนานพระสมเด็จ เป็นวัตถุมงคล ที่ได้นับความนิยมนับถืออย่างมากทั้งในประเทศไทยและต่างชาตินิยมเป็นอย่างมาก

📌สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) (นามเดิม: โต) หรือนามที่นิยมเรียก "สมเด็จโต""หลวงปู่โต" หรือ "สมเด็จวัดระฆัง" เป็นพระภิกษุมหานิกายเป็นพระมหาเถระรูปสำคัญที่ได้รับความนิยมนับถืออย่างมากในประเทศไทย ท่านเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารในสมัยรัชกาลที่ 4-5
ที่อยู่ วัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี
บรรพชาพ.ศ. 2343
อุปสมบทพ.ศ. 2351
พรรษา64
ตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

📌สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) นับเป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไปมาตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชนและนอกจากจริยาวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้ว ท่านยังทรงคุณทางด้านวิชชาคาถาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคล "พระสมเด็จ" ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา ได้ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคี หรือสุดยอดของพระเครื่องวัตถุมงคล 1 ใน 5 ขอประเทศไทยและมีราคาซื้อขายในปัจจุบันต่อองค์เป็นราคานับหลายล้านบาท ด้วยปฏิปทาจริยาวัตรและคุณวิเศษอัศจรรย์ของท่าน ทำให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยเคารพนับถือว่าท่านเป็นอมตะเถราจารย์รูปหนึ่งของเมืองไทย และมีผู้นับถือจำนวนมากในปัจจุบัน

📌ท่านเกิด 17 เมษายน พ.ศ. 2331 (84 ปี)
มรณภาพ เมื่อ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2415
นิกาย มหานิกาย

#สถาบันรับรองและตรวจสอบวัตถุมงคลประเทศไทย
#ป๋องสุพรรณการันตี

ข้อมูล-ภาพ​ : thaipbs.or.th, silpa-mag.com, mgronline.com, pantip.com
กลุ่ม​ รักษ์วัฒน์ - Preserve Culture Group

🙏🏼🙏🏼พิธีเสริมบารมี ที่ วัดถ้ำเขาอีโต้(วัดหลวงปู่เคน) ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี🙏🏼🙏🏼🌸ทำพิธีทุกวัน🌸🎉รอบที่ 1 เวลา 09:0...
05/04/2025

🙏🏼🙏🏼พิธีเสริมบารมี ที่ วัดถ้ำเขาอีโต้(วัดหลวงปู่เคน) ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี🙏🏼🙏🏼
🌸ทำพิธีทุกวัน🌸
🎉รอบที่ 1 เวลา 09:00น.-10:30น.
🎉รอบที่ 2 เวลา 12:30น.-14:30น.
🎉รอบที่ 3 เวลา 15:00น.-16:30น.
📍 ถวายสังฆทาน…ถวายได้ทุกวัน เวลา 09.00-16.30 น.
☘️ อาบน้ำมนต์ อาบได้ทุกวัน ตั้งแต่วันจันทร์ ถึงวันอาทิตย์ วันพระก็อาบ เวลา 09.00-16.30 น.
📍 เจิมรถ...เจิมทุกวัน มาหลัง 08.00 น.
☘️ เจิมหน้า เจิมกระเป๋า เจิมวัตถุมงคล...เจิมได้ทุกวัน
# # #ขอเชิญกราบขอพรรูปเหมือนหลวงปู่เคน เพื่อความเป็นสิริมงคล
🙏🏼 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หลวงพ่อพระมหาวินัย ธมฺมวินโย เจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาอีโต้ ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 062-9196642🙏🏼🙏🏼🙏🏼❤️❤️❤️🙏🏼🙏🏼🙏🏼

19 ธันวาคม 2423 วันประสูติ "เสด็จเตี่ย" กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 🔱องค์บิดาของทหารเรือไทย🔱       วันนี้ เมื่อ 144 ปีก่อน...
19/12/2024

19 ธันวาคม 2423 วันประสูติ "เสด็จเตี่ย" กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
🔱องค์บิดาของทหารเรือไทย🔱
วันนี้ เมื่อ 144 ปีก่อน เป็นวันประสูติของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอลำดับที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระมารดาคือ เจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาของเจ้าพระยาสุรวงศ์ ไวยวัฒน์ ประสูติในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423

จากพระกรณียกิจของพระองค์ที่ทรงวางรากฐานและพัฒนาปรับปรุงทหารเรือสยาม ให้เจริญก้าวหน้าตามแบบประเทศตะวันตก กองทัพเรือจึงได้ถวายพระสมัญญาพระองค์เป็น “พระบิดาของกองทัพเรือไทย” และต่อมาได้แก้ไขเป็น “องค์บิดาของทหารเรือไทย”

“...คนนับถือกรมหลวงชุมพรฯ เยอะ แต่คนไม่สนใจท่านในฐานะปุถุชน คนไม่สนใจว่าท่านเคยทำอะไรมา หรือทรงมีพระปรีชาอย่างไร คนสนใจท่านแต่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์...”

ความตอนหนึ่งในคำบอกเล่าของ ม.ร.ว. อภิเดช อาภากร ซึ่งมีศักดิ์เป็น “หลานปู่” ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

สาระวรรคโบราณะกรรมและปัจจุบันนะกรรม” ซึ่งสมุดเล่มดังกล่าวปัจจุบันได้ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีที่พิพิธภัณฑ์ทหารเรือสมุทรปราการ

ช่วงต้นรัชกาลที่ 6 กรมหลวงชุมพรฯ ทรงออกจากราชการ ระหว่างที่ทรงอยู่นอกราชการ กรมหลวงชุมพรฯ ทรงหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นหมอยา ใช้พระนามว่า “หมอพร” ในช่วงนี้เองที่กล่าวกันว่า ทรงปราบนักเลงนางเลิ้งได้อยู่หมัด ได้นักเลงมาเป็นลูกน้องด้วย ช่วงเวลานี้กินเวลาราว 6 ปี พระองค์จึงได้กลับเข้ารับราชการกองทัพเรืออีกครั้ง หลังสยามประกาศสงครามกับเยอรมนี

เมื่อได้เสด็จกลับเข้ารับราชการทหารเรือ และทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติราชการทหารเรือด้วยพระอุตสาหะวิริยะแล้ว ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเลื่อนพระยศเป็นนายพลเรือโท และนายพลเรือเอก ทั้งยังได้โปรดเกล้าฯ เฉลิมพระอิสริยยศเป็น กรมขุนและกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตามลำดับ กับได้โปรดเกล้าฯ ให้ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ ซึ่งเป็นตำแหน่งบังคับบัญชากำลังพล เทียบเท่าตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือในปัจจุบัน ก่อนที่จะโปรดเกล้าฯ ให้ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ อันเป็นตำแหน่งสูงสุดในราชการทหารเรือ

ในบั้นปลายพระชนม์ชีพ กรมหลวงชุมพรฯ ได้กราบถวายบังคมลาออกไปรักษาพระองค์ที่มณฑลสุราษฎร์ ซึ่งเดิมมีชื่อว่า “มณฑลชุมพร” อันพ้องกับพระนามกรม ต่อมาทรงพระประชวรและสิ้นพระชนม์ในขณะที่ประทับอยู่ที่หาดทรายรีปากน้ำเมืองชุมพร เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2466

ถึงแม้ว่า พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จะสิ้นพระชนม์มาเป็นระยะเวลานานถึง 100 ปี แล้วก็ตาม แต่พระกรณียกิจของพระองค์ที่ทรงทำคุณประโยชน์ให้แก่กองทัพเรือ และประเทศชาติอย่างมหาศาลนั้น

ทำให้กิจการของกองทัพเรือเจริญก้าวหน้ามาจนทุกวันนี้ ที่พระองค์ทรงริเริ่มวางรากฐานกิจการ ทหารเรือไทยให้มีความเข้มแข็ง มั่นคงมีสมรรถภาพ สามารถทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติทางทะเลได้เป็นอย่างดีตลอดมา จนทหารเรือตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันต่างก็ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างมิรู้ลืม จึงพร้อมใจกันถวายสมัญญาพระนามแด่พระองค์ท่านว่า “องค์บิดาของทหารเรือไทย” และถือเอาวันที่ 19 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “วันอาภากร”

ที่มา :
ฐานทัพเรือกรุงเทพฯ
มูลนิธิกรมหลวงชุมพรหาดทรายรี
ศิลปวัฒนธรรม

๕ ธันวาคม " วันคล้ายวันพระราชสมภพในหลวง ร.๙   วันพ่อแห่งชาติ และวันชาติไทย "3 วันสำคัญของไทย 1 วันสำคัญของโลก (วันดินโลก...
05/12/2024

๕ ธันวาคม " วันคล้ายวันพระราชสมภพในหลวง ร.๙ วันพ่อแห่งชาติ และวันชาติไทย "

3 วันสำคัญของไทย 1 วันสำคัญของโลก (วันดินโลก)

วันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี และภายหลังการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 สำนักนายกรัฐมนตรีได้ออกประกาศเรื่อง กำหนดวันสำคัญของชาติไทย มีใจความสำคัญ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 ว่า การกำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติไทยดังนี้ 1) เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 2) เป็นวันชาติ และ 3) เป็นวันพ่อแห่งชาติ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป

**************************

1) วันที่ 5 ธันวาคม "เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร"

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ประชาชนคนไทยยังคงน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันประเสริฐ และเทิดทูนพระองค์ด้วยความรัก ความศรัทธา โดยตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมาย เพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

2) วันที่ 5 ธันวาคม "เป็นวันชาติไทย"

“วันชาติ" โดยทั่วไปมักจะหมายถึง วันเฉลิมฉลองที่ประเทศนั้นๆ ได้รับอิสรภาพ เป็นเอกราช หรือเป็นวันสถาปนาประเทศ รัฐ ราชวงศ์ วันพระราชสมภพของกษัตริย์ วันเกิดประมุขของรัฐ หรืออาจจะเป็นวันที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อื่นๆ แต่มักจะถือเป็นวันหยุดประจำของชาติ ซึ่ง "วันชาติ” ของแต่ละประเทศจะเป็นวันใด ก็ขึ้นอยู่กับการกำหนดของประเทศนั้นๆ โดยความเป็นมาของวันชาติไทยนั้น แต่เดิมกำหนดให้เป็นวันที่ 24 มิถุนายน โดยวันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันชาติไทยได้ 21 ปี ต่อมาในวันที่ 23 พฤษภาคม 2503 รัฐบาลในขณะนั้น มีความเห็นว่า เพื่อให้เป็นไปตามขนบประเพณีของประเทศ และเป็นการสมัครสมานสามัคคีรวมจิตใจของบุคคลในชาติ จึงให้ถือวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็น "วันชาติ" มาจนถึงปัจจุบัน

3) วันที่ 5 ธันวาคม "เป็นวันพ่อแห่งชาติ"

วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี จะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นวันพ่อแห่งชาติด้วย ซึ่งมีขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2523 เนื่องจากพ่อเป็นบุคคลผู้มีพระคุณและมีบทบาทสำคัญต่อครอบครัวและสังคม เพื่อให้ลูกได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อ และเพื่อให้ผู้เป็นพ่อสำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน ดังนั้นจึงถือเอาวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็น "วันพ่อแห่งชาติ”

นอกจากนี้ในวันที่ 5 ธันวาคม ยังมีวันสำคัญของไทย และวันสำคัญของโลกอีก 1 วัน คือ

"วันดินโลก" (World Soil Day)

ทั้งนี้ สาเหตุที่กำหนดให้วันดินโลก ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมนั้น สืบเนื่องจากการประชุมสภาโลกแห่งปฐพีวิทยา (World Congress of Soil Science) ครั้งที่ 17 เมื่อปี พ.ศ. 2545 ทางสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Sciences) ได้ตระหนักถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพัฒนาทรัพยากรดิน โดยเฉพาะการพัฒนาด้านการเกษตร ดังนั้นในปี พ.ศ.2556 ตามมติขององค์การสหประชาชาติ จึงได้กำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ เป็น “วันดินโลก” เพื่อเทิดพระเกียรติในพระวิริยะอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรดิน ต่อการพัฒนาด้านการเกษตร โภชนาการ และความมั่นคงทางอาหาร ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

🔱วันปิยมหาราช🔱 ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๗ ครบรอบ ๑๐๖ ปีปวงชนชาวไทยล้วนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอ...
23/10/2024

🔱วันปิยมหาราช🔱
๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๗ ครบรอบ ๑๐๖ ปี
ปวงชนชาวไทยล้วนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทยในรัชกาลที่ 5 ที่ทรงพระปรีชาสามารถยิ่งในการวางรากฐานปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองทัดเทียมนานาอารยประเทศ
ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงริเริ่มพระราชกรณียกิจที่สำคัญ 8 อย่าง กลายเป็นรากฐานสำคัญให้กับประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้

พระราชกรณียกิจด้านการไปรษณีย์โทรเลข

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างมากต่อไปในอนาคต พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงกลาโหมดำเนินการก่อสร้างวางสายโทรเลขสำหรับสายโทรเลขสายแรกของประเทศเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.๒๔๑๘ จากกรุงเทพฯ – สมุทรปราการ ระยะทาง ๔๕ กิโลเมตร และได้วางสายใต้น้ำต่อยาวออกไปจนถึงประภาคารที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาสำหรับบอกข่าวเรือเข้า – ออก ต่อมาได้วางสายโทรเลขขึ้นอีกสายหนึ่งจากกรุงเทพฯ – บางปะอิน และขยายไปทั่วถึงในเวลาต่อมา

สำหรับกิจการไปรษณีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งการไปรษณีย์ขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๒๔ มีที่ทำการเรียกว่าไปรษณียาคาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๒๖ หลังจากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ให้กรมโทรเลขรวมเข้ากับกรมไปรษณีย์ชื่อว่า กรมไปรษณีย์โทรเลข



พระราชกรณียกิจด้านการโทรศัพท์

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล และพระปรีชาสามารถอย่างมากในการพัฒนาประเทศ โดยกระทรวงกลาโหมได้นำโทรศัพท์อันเป็นวิทยาการในการสื่อสารที่ทันสมัยเข้ามาทดลองใช้เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๒๔ จากกรุงเทพฯ – สมุทรปราการ เพื่อแจ้งข่าวเรือเข้า – ออกที่ปากน้ำ

ต่อมากรมโทรเลขได้มารับช่วงต่อในการวางสายโทรศัพท์ภายในกรุงเทพฯ ซึ่งใช้เวลา ๓ ปีจึงแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการกับประชาชน และพัฒนามาจนกระทั่งทุกวันนี้

พระราชกรณียกิจด้านการพยาบาลและสาธารณสุข

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริที่จะสร้างโรงพยาบาลเพื่อรักษาประชาชนด้วยวิธีการแพทย์แผนใหม่ เนื่องจากการรักษาแบบเดิมนั้นล้าสมัย ไม่สามารถช่วยคนได้อย่างทันท่วงทีทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมายเมื่อเกิดโรคระบาด พระองค์จึงทรงจัดสร้างโรงพยาบาลขึ้นบริเวณริมคลองบางกอกน้อย อันเป็นที่ตั้งของพระราชวังบวรสถานพิมุข หรือวังหลัง

โดยได้พระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์จำนวน ๑๖,๐๐๐ บาท เป็นทุนเริ่มแรกในการสร้างโรงพยาบาล ให้ใช้ชื่อว่า โรงพยาบาลวังหลัง เปิดทำการรักษาแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๑

ต่อมาพระองค์ได้พระราชทานนามโรงพยาบาลแห่งนี้ใหม่ว่าโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ พระราชโอรสที่ประสูติในสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ที่สิ้นพระชนมายุเพียง ๑ ปี ๗ เดือน

ทั้งยังได้พระราชทานพระเมรุ พร้อมกับเครื่องใช้ เช่น เตียง เก้าอี้ ตู้โต๊ะ ฯลฯ ในงานพระศพให้กับโรงพยาบาลเพื่อใช้ประโยชน์ รวมทั้งพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ จำนวน ๕๖,๐๐๐ บาท ให้กับโรงพยาบาลเป็นทุนในการใช้จ่าย

พระราชกรณียกิจด้านการขนส่งและสื่อสาร

ในปี พ.ศ. ๒๔๓๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้คณะเสนาบดีและกรมโยธาธิการสำรวจเส้นทาง เพื่อวางรากฐานการสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ มีการวางแผนให้ทางรถไฟสายนี้ตัดเข้าเมืองใหญ่ๆ ในบริเวณภาคกลางของประเทศแล้วแยกเป็นชุมสายตัดเข้าสู่จังหวัดใหญ่ทางแถบภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเป็นหัวลำโพงเมืองที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้า

การสำรวจเส้นทางในการวางเส้นทางรถไฟนี้เสร็จสิ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๔ และในวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๓๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินขุดดินก่อพระฤกษ์ เพื่อสร้างทางรถไฟครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยโปรดเกล้า ฯ ให้ทางรถไฟสายนี้เป็นรถไฟหลวงแห่งแรกของไทย

พระราชกรณียกิจด้านการไฟฟ้า

ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเล็งเห็นว่าไฟฟ้าเป็นพลังงานที่สำคัญและมีประโยชน์อย่างมาก เมื่อมีโอกาสประพาสต่างประเทศ ได้ทอดพระเนตรกิจการไฟฟ้า และทรงเห็นถึงประโยชน์มหาศาลที่จะเกิดจากการมีไฟฟ้า พระองค์จึงทรงมอบหมายให้กรมหมื่นไวยวรนารถเป็นผู้ริเริ่มในการจ่ายกระแสไฟฟ้าขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๓๓ ซึ่งเป็นการเปิดใช้ไฟฟ้าครั้งแรกของไทย

และปีเดียวกัน (พ.ศ. ๒๔๓๓) มีการก่อตั้งโรงไฟฟ้าที่วัดเลียบ หรือวัดราชบูรณะ จนกระทั่งถึงพ.ศ. ๒๔๓๖ ต่อมาเพื่อให้กิจการไฟฟ้าก้าวหน้ายิ่งขึ้น รัฐบาลได้โอนกิจการให้ผู้ชำนาญด้านนี้ ได้แก่ บริษัทอเมริกัน ชื่อ แบงค็อค อิเลคตริกซิตี้ ซิดิแคท เข้ามาดำเนินงานต่อ และในปี พ.ศ. ๒๔๓๗ บริษัทเดนมาร์กได้เข้ามาตั้งโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเดินรถรางที่บริษัทได้รับสัมปทานการเดินรถในเขตพระนคร ต่อมาบริษัทต่างชาติทั้ง ๒ บริษัทได้ร่วมกันรับช่วงงานจากกรมหมื่นไวยวรนาถ และก่อตั้งเป็นบริษัทไฟฟ้าสยาม ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๔๔ นับเป็นการบุกเบิกไฟฟ้าครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย ในการเริ่มมีไฟฟ้าใช้เป็นครั้งแรก

พระราชกรณียกิจด้านการกฎหมาย

กฎหมายในขณะนั้นมีความล้าสมัยอย่างมาก เนื่องจากใช้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ และยังไม่เคยมีการชำระขึ้นใหม่ให้เหมาะสมกับยุคสมัย ทำให้ต่างชาติใช้เป็นข้ออ้างในการเอาเปรียบไทยเรื่องการทำสนธิสัญญาเกี่ยวกับการขึ้นศาลตัดสินคดีที่ไม่ให้ชาวต่างชาติขึ้นศาลไทย โดยตั้งศาลกงสุลพิจารณาคดีคนในบังคับต่างชาติเอง แม้ว่าจะมีคดีความกับชาวไทยก็ตาม

ดังนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดเกล้าฯ สร้างประมวลกฎหมายอาญาขึ้นใหม่เพื่อให้ทันสมัยทัดเทียมกับอารยประเทศ ในปี พ.ศ.๒๔๔๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนกฎหมายแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อเป็นสถานที่สำคัญที่ผลิตนักกฎหมายที่มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาประเทศ

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๕๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้ตรากฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ.๑๒๗ อันเป็นลักษณะกฎหมายอาญาฉบับแรกที่นำขึ้นมาใช้ อีกทั้งยังโปรดเกล้าฯ ให้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง พิจารณาทำกฎหมายประมวลอาญาแผ่นดินและการพาณิชย์ ประมวลกฎหมายว่าด้วยพิจารณาความแพ่ง และพระธรรมนูญแห่งศาลยุติธรรม

แต่ยังไม่ทันสำเร็จดีก็สิ้นรัชกาลเสียก่อน เมื่อสร้างประมวลกฎหมายขึ้นมาใช้แล้ว บทลงโทษแบบจารีตดั้งเดิมจึงถูกยกเลิกไปโดยสิ้นเชิงในรัชกาลของพระองค์เอง เพราะมีกฎหมายใหม่เป็นบทลงโทษ ที่เป็นหลักการพิจารณาที่ดีและทันสมัยกว่าเดิมด้วย

พระราชกรณียกิจด้านการเปลี่ยนแปลงระบบเงินตรา

ในปี พ.ศ. ๒๔๑๗ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้ทำธนบัตรขึ้นเรียกว่า อัฐ เป็นกระดาษมีมูลค่าเท่ากับเหรียญทองแดง ๑ อัฐ แต่ใช้ได้เพียง ๑ ปีก็เลิกไป เพราะประชาชนไม่นิยมใช้ ต่อมาทรงตั้งกรมธนบัตรขึ้นมา เพื่อจัดทำเป็นตั๋วสัญญาขึ้นใช้แทนเงินกรมธนบัตรได้เริ่มใช้ตั๋วสัญญาเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ.๒๔๔๕ เป็นครั้งแรก เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในปี พ.ศ. ๒๔๔๑ ได้มีการผลิตธนบัตรรุ่นแรกออกมา ๕ ชนิด คือ ๑,๐๐๐ บาท ๑๐๐ บาท ๒๐ บาท ๑๐ บาท ๕ บาท ภายหลังมีธนบัตรใบละ ๑ บาทออกมาด้วย รวมถึงพระองค์โปรดเกล้าฯ ให้กำหนดหน่วยเงินตรา โดยให้หน่วยทศนิยมเรียกว่า สตางค์ กำหนดให้ ๑๐๐ สตางค์ เท่ากับ ๑ บาท พร้อมกับผลิตเหรียญสตางค์ขึ้นมาใช้เป็นครั้งแรกเรียกว่าเบี้ยสตางค์ มีอยู่ด้วยกัน ๔ ชนิด คือ ราคา ๒๐ สตางค์ ๑๐ สตางค์ ๔ สตางค์ ๒ สตางค์ครึ่ง ใช้ปนกับเหรียญเสี้ยว และอัฐ

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๕๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงออกประกาศยกเลิกใช้เงินพดด้วงและทรงออกพระราชบัญญัติมาตราทองคำ ร.ศ.๑๒๗ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๑ ว่าด้วยเรื่องให้ใช้แร่ทองคำเป็นมาตรฐานเงินตราแทนแร่เงิน เพื่อให้เสถียรภาพเงินตราของไทยสอดคล้องกับหลักสากล และในปีต่อมาทรงออกประกาศเลิกใช้เหรียญเฟื้อง และเบี้ยทองแดง

พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยในการศึกษารูปแบบใหม่โดยโปรดเกล้าฯ ให้มีการตั้งโรงเรียนขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับการศึกษาทั่วกัน เพราะการศึกษาสมัยนั้นส่วนใหญ่ยังศึกษาอยู่ในวัด เมื่อมีการสร้างโรงเรียนและการศึกษาเจริญก้าวหน้าขึ้นเท่ากับเป็นการบ่งบอกถึงความเจริญทางด้านวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงเรียนหลวงแห่งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๔

และ โปรดเกล้าฯ ให้มีการสอบไล่สามัญศึกษาขึ้นอีกด้วย เพื่อเป็นการทดสอบความรู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา นอกจากนี้พระองค์ยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างโรงเรียนหลวงขึ้นอีกหลายแห่ง กระจัดกระจายไปตามวัดต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โรงเรียนหลวงแห่งแรกที่สร้างขึ้นในวัด คือ โรงเรียนวัดมหรรณพาราม โรงเรียนหลวงที่ตั้งขึ้นมานี้เพื่อให้บุตรหลานของประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้กัน

การศึกษาขยายตัวเจริญขึ้นตามลำดับด้วยความสนใจของประชาชนที่ต้องการมีความรู้มากขึ้น จึงโปรดเกล้าฯ ให้โอนโรงเรียนเหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ มีการพิมพ์ตำราพระราชทาน เพื่อเป็นตำราในการเรียนการสอนด้วย

ธ สถิตในดวงใจชาวไทยทั่วหล้า ล้นเกล้าล้นกระหม่อม 🇹🇭🇹🇭🇹🇭
🙏🙏🙏

ขอบคุณข้อมูลจาก
สำนักงานศึกษาธิการภาค 10

ที่อยู่

ถนนสุวรรณศร
Prachin Buri
25230

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30
เสาร์ 08:30 - 17:30
อาทิตย์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

0994395754

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พระเครื่อง บารมีหลวงปู่เคน เขาอีโต้ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง พระเครื่อง บารมีหลวงปู่เคน เขาอีโต้:

แชร์

ประเภท