กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต สำนักการสังคีต กรมศิลปากร

กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต สำนักการสังคีต กรมศิลปากร องค์ความรู้ ภารกิจ ทางด้านนาฏดุริยางคศิลป์

วันอังคารที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต เก็บข้อมูลการบรรเลง-ขับร้องดนตรีสากล เนื่องในงาน “น้อมรำลึกสมเด็...
21/10/2025

วันอังคารที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต
เก็บข้อมูลการบรรเลง-ขับร้องดนตรีสากล
เนื่องในงาน “น้อมรำลึกสมเด็จย่า ณ นิวาสสถานเดิม”
ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ซอยสมเด็จเจ้าพระยา ๓ เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

ควบคุมการปฏิบัติงานโดย นายรัฐศาสตร์ จั่นเจริญ
ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต

สำนักการสังคีต กรมศิลปากรขอเชิญชมการแสดงเนื่องในงานพิธีสมโภชองค์กฐินพระราชทาน กรมศิลปากร ปะจำปี ๒๕๖๘วันศุกร์ที่ ๒๔ ตุลาค...
16/10/2025

สำนักการสังคีต กรมศิลปากร
ขอเชิญชม
การแสดงเนื่องในงานพิธีสมโภชองค์กฐินพระราชทาน
กรมศิลปากร ปะจำปี ๒๕๖๘
วันศุกร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๙.๐๐ น.
ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร จังหวัดสกลนคร
รายการแสดง
๑. รำสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน
๒. โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดอานุภาพรามราชจักรี
นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต
กำกับการแสดงโดย กฤษกร สืบสายพรหม นาฏศิลปินอาวุโส
อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒

สำนักการสังคีต กรมศิลปากร
ขอเชิญชม
การแสดงเนื่องในงานพิธีสมโภชองค์กฐินพระราชทาน
กรมศิลปากร ประจำปี ๒๕๖๘

วันศุกร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๙.๐๐ น.
ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร จังหวัดสกลนคร

รายการแสดง
๑. รำสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน
๒. โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดอานุภาพรามราชจักรี

นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต
กำกับการแสดงโดย กฤษกร สืบสายพรหม นาฏศิลปินอาวุโส
อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒

#โขนสำนักการสังคีต
#โขนกรมศิลปากร

วันจันทร์ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๘กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีตได้ดำเนินการเก็บข้อมูลการบรรเลงเนื่องในงานเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรช...
06/10/2025

วันจันทร์ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๘
กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีตได้ดำเนินการเก็บข้อมูลการบรรเลงเนื่องในงานเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก ๑๓ กัณฑ์ ๑,๐๐๐ พระคาถา ประจำปี ๒๕๖๘
ซึ่งประกอบด้วย
- กัณฑ์มัทรี
- กัณฑ์สักกบรรพ
- กัณฑ์มหาราช
- กัณฑ์ฉกษัตริย์
- กัณฑ์นครกัณฑ์
ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร

ควบคุมการปฏิบัติงานโดย นายรัฐศาสตร์ จั่นเจริญ
ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต

วันอาทิตย์ที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๘กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีตได้ดำเนินการเก็บข้อมูลการบรรเลงเนื่องในงานเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดร...
05/10/2025

วันอาทิตย์ที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๘
กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีตได้ดำเนินการเก็บข้อมูลการบรรเลงเนื่องในงานเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก ๑๓ กัณฑ์ ๑,๐๐๐ พระคาถา ประจำปี ๒๕๖๘ ซึ่งประกอบด้วย
- กัณฑ์ชูชก
- กัณฑ์จุลพล
- กัณฑ์มหาพน
- กัณฑ์กุมาร
ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร

ควบคุมการปฏิบัติงานโดย นายรัฐศาสตร์ จั่นเจริญ
ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต

วันเสาร์ที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๘ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีตได้ดำเนินการเก็บข้อมูลการบรรเลงเนื่องในงานเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรช...
04/10/2025

วันเสาร์ที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๘
กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีตได้ดำเนินการเก็บข้อมูลการบรรเลงเนื่องในงานเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก ๑๓ กัณฑ์ ๑,๐๐๐ พระคาถา ประจำปี ๒๕๖๘ ซึ่งประกอบด้วย
- กัณฑ์ทศพร
- กัณฑ์หิมพานต์
- กัณฑ์ทานกัณฑ์
- กัณฑ์วนประเวศน์
ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร

ควบคุมการปฏิบัติงานโดย นายรัฐศาสตร์ จั่นเจริญ
ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต

องค์ความรู้ : สำนักการสังคีตเรื่อง  #บุคคลด้านนาฏดุริยางคศิลป์ที่ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา  #เข็มศิลปวิทยาเหรียญดุษ...
01/10/2025

องค์ความรู้ : สำนักการสังคีต
เรื่อง #บุคคลด้านนาฏดุริยางคศิลป์ที่ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา #เข็มศิลปวิทยา
เหรียญดุษฎีมาลา เป็นเหรียญสำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในราชการแผ่นดินซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๒๕ เนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ ๑๐๐ ปี ในพระราชบัญญัติครั้งแรกมีทั้งหมด ๔ ชนิด คือ ๑) ทองคำ ๒) เงินกาไหล่ทอง ๓) เงินเปล่า และ ๔) สำริด โดยทั้ง ๔ ชนิดนี้ มีเกียรติยศเสมอกัน
ลักษณะของเหรียญเป็นรูปไข่ ด้านหน้ามีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานตรงกลาง มีอักษรจารึกตามขอบเบื้องบนว่า “จุฬาลงกรณว์หัส์สปรมราชาธิราชิโน” หมายถึง เหรียญนี้เป็นของพระบรมราชาธิราชทรงพระนามว่า “จุฬาลงกรณ์” เบื้องล่าง เป็นใบชัยพฤกษ์ไขว้กัน ด้านหลังเป็นรูปพระสยามเทวาธิราชทรงพระขรรค์ขึ้นแท่นพิงโล่ห์ตราแผ่นดิน พระหัตถ์อีกข้างทรงพวงมาลัย จะสวมที่ตรงจารึกชื่อผู้ได้รับพระราชทาน ใต้แท่นมีเลข “๑๒๔๔” คือ ปีจุลศักราชที่สร้างและมีอักษรตามขอบว่า “สยามิน์ทปรมราชตุฏ์ฐีป์ปเวทนํอิทํ” หมายถึง สิ่งนี้เป็นเครื่องหมายทรงยินดีแห่งพระบรมราชาผู้ทรงปกครองแผ่นดินสยาม ริมขอบเหรียญจารึกอักษรว่า “สัพ์เพสํ สํฆภูตานํ สามัค์คีวุฏ์ฒิสาธิกา” หมายถึง ความพร้อมเพรียงแห่งชนผู้อยู่ร่วมกันเป็นหมู่ยังความเจริญวัฒนาถาวรให้สำเร็จ
ด้านบนของเหรียญมีพระขรรค์ชัยศรีกับธารพระกรเทวรูปไขว้กัน มีห่วงยึดกับเหรียญและติดกับแผ่นโลหะจารึกว่า “ทรงยินดี” ห้อยแพรแถบริ้วแดงกับขาวสำหรับสมาชิกที่เป็นพระราชวงศ์หรือฝ่ายทหาร ส่วนแพรแถบริ้วชมพูกับขาวสำหรับสมาชิกฝ่ายพลเรือน นอกจากนี้ยังมีเข็มสำหรับประดับที่แพรแถบห้อยเหรียญจารึกเป็นอักษร ซึ่งมีทั้งหมด ๕ แบบ แล้วแต่ว่าผู้นั้นได้ทำความชอบอย่างไร ได้แก่ ๑) ราชการในพระองค์ ๒) ศิลปวิทยา ๓) ราชการแผ่นดิน ๔) กรุณา และ ๕) กล้าหาญ
รูปแบบและลักษณะของเหรียญที่กล่าวมาข้างต้น ปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบโดยใช้ตามพระราชบัญญัติเหรียญดุษฎีมาลา พุทธศักราช ๒๔๘๔ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนลักษณะเหรียญบางส่วน โดยชนิดของเหรียญมีเพียงเหรียญเงินกาไหล่ทองรูปไข่ ด้านหน้ามีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานอยู่ตรงกลาง ขอบล่างเป็นใบชัยพฤกษ์ไขว้กัน ด้านหลังเป็นรูปพระสยามเทวาธิราชทรงพระขรรค์ยืนแท่นพิงโล่ห์ตราแผ่นดิน พระหัตถ์ซ้ายทรงพวงมาลัย จะสวมที่ตรงจารึกชื่อผู้ได้รับพระราชทาน ใต้แท่นมีเลข “๑๒๔๔” ห่วงเหรียญมีพระขรรค์ชัยศรีกับธารพระกรเทวรูปไขว้กัน มีห่วงยึดกับเหรียญและติดกับแผ่นโลหะจารึกว่า “ทรงยินดี” เหรียญดุษฎีมาลาใช้ห้อยกับแพรแถบขนาดความกว้าง ๓ เซนติเมตร โดยแพรแถบริ้วแดงกับขาวสำหรับสมาชิกฝ่ายทหารและตำรวจ ส่วนแพรแถบริ้วชมพูกับขาวสำหรับสมาชิกฝ่ายพลเรือน ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้ายกับมีเข็มปลายเป็นช่อปทุมทั้ง ๒ ข้าง จารึกว่า “ศิลปวิทยา” สำหรับกลัดที่แพรแถบเหนือเหรียญ สำหรับพระราชทานสตรีใช้ห้อยกับแพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย
สำหรับบุคคลที่สมควรจะได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา จะต้องเป็นผู้ที่มีฝีมือในศิลปวิทยาการด้านต่าง ๆ อย่างเอกอุอันเป็นคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ มนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ วิจิตรศิลป์ สังคมศาสตร์ (นิติศาสตร์, รัฐศาสตร์, เศรษฐศาสตร์, พาณิชยศาสตร์และการบัญชี) วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์เกษตรศาสตร์หรือสาขาวิชาอื่นตามที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร
วงการนาฏดุริยางคศิลป์ เป็นอีกหนึ่งวงการที่มีศิลปินและนักวิชาการได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา นับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่จนถึงรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งบางท่านได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรมศิลปากรในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ การถ่ายทอดองค์ความรู้ การสร้างสรรค์และต่อยอดศิลปวัฒนธรรมของชาติด้านนาฏดุริยางคศิลป์ ส่งผลให้องค์ความรู้ต่าง ๆ ได้รับการสืบทอดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จากการสืบค้นข้อมูลบุคคลที่จะได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาในสายนาฏดุริยางคศิลป์ที่มีความเกี่ยวข้องกับกรมศิลปากร มีบุคคลที่ได้รับพระราชทานในแต่ละรัชกาล ดังนี้
#รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
๑) #พระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) รับราชการในกรมมหรสพหลวง ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาเงิน เข็มศิลปวิทยา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งขุนเสนาะดุริยางค์ (แช่ม) เจ้ากรมพิณพาทย์หลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๕๐ ลูกศิษย์หลายคนของท่านต่อมาได้เข้ามารับราชการในกรมศิลปากร อาทิ นายเทียบ คงลายทอง นายพริ้ง ดนตรีรส นายสอน วงฆ้อง นายมิ ทรัพย์เย็น นายแสวง โสภา นายผิว ใบไม้ นายคงศักดิ์ คำศิริ นางเจริญใจ สุนทรวาทิน ศิลปินแห่งชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ท่านยังได้เป็นกรรมการตรวจสอบเพลงไทยที่บันทึกเป็นโน้ตสากลให้กับกรมศิลปากรอีกด้วย
#รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
๑) #พระยาประสานดุริยศัพท์ (แปลก ประสานศัพท์) เจ้ากรมปี่พาทย์หลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รับราชการในกรมมหรสพหลวงได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาเงิน เข็มศิลปวิทยา ขณะดำรงตำแหน่งหลวงประสานดุริยศัพท์ (แปลก) เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๕๓ ลูกศิษย์หลายคนของท่านต่อมาได้โอนเข้ามารับราชการในกรมศิลปากร อาทิ พระเพลงไพเราะ (โสม สุวาทิต) หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) พระยาภูมีเสวิน (จิตร จิตตเสวี) นายมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติ ครูเฉลิม บัวทั่ง เป็นต้น
๒) #พระยาพรหมาภิบาล (ทองใบ สุวรรณภารต) เคยรับราชการในกรมมหรสพหลวง (โขนยักษ์) ต่อมาย้ายจากกรมมหรสพไปสังกัดกรมพระตำรวจหลวงรักษาพระองค์ ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาเงิน เข็มศิลปวิทยา ขณะดำรงตำแหน่งหลวงระบำภาษา (ทองใบ) เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔ ลูกศิษย์หลายคนของท่านต่อมาได้เข้ามารับราชการในกรมศิลปากร อาทิ หลวงวิลาศวงงาม (หร่ำ อินทรนัฏ) นายรงภักดี (เจียร จารุจรณ) เป็นต้น
๓) #พระยานัฏกานุรักษ์ (ทองดี สุวรรณภารต) เจ้ากรมโขนหลวง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รับราชการในกรมมหรสพหลวง ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาเงิน เข็มศิลปวิทยา ขณะดำรงตำแหน่งหลวงนัฏกานุรักษ์ (ทองดี) เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔ พระยานัฏกานุรักษ์เคยเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านนาฏศิลป์ไทยแก่ พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ อดีตอธิบดีกรมศิลปากรและช่วยจัดทำหลักสูตรโขน – ละคร ให้กับโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์และโรงเรียนนาฏศิลป กรมศิลปากร ลูกศิษย์หลายคนของท่านต่อมาได้เข้ารับราชการในกรมศิลปากร อาทิ นายอาคม สายาคม นายรงภักดี (เจียร จารุจรณ) หลวงวิลาศวงงาม (หร่ำ อินทรนัฏ) นายกรี วรศะริน ศิลปินแห่งชาติ นางลมุล ยมะคุปต์ นางสาวจำเรียง พุธประดับ ศิลปินแห่งชาติ เป็นต้น
๔) #พระเพลงไพเราะ (โสม สุวาทิต) ปลัดกรมพิณพาทย์หลวง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รับราชการในกรมมหรสพหลวง ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาเงิน เข็มศิลปวิทยา เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๕๕ ขณะดำรงตำแหน่ง หลวงเพลงไพเราะ (สม) (คำว่า (สม) สะกดตามที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา) ต่อมาได้โอนย้ายมาดำรงตำแหน่งครูชั้น ๒ ในหมวดดุริยางค์ไทย กรมศิลปากร นอกจากนี้ท่านยังได้ถ่ายทอดทางขับร้องเพลงไทยให้กับคีตศิลปินหญิงของกรมศิลปากร อาทิ นางแช่มช้อย ดุริยพันธุ์ นางสาวเฉลา วาทิน นางเจริญใจ สุนทรวาทิน ศิลปินแห่งชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ท่านยังได้เป็นผู้บอกทางเพลงในการจดบันทึกเพลงไทยเป็นโน้ตสากลให้กับกรมศิลปากร อีกด้วย
๕) #พระสรรเพลงสรวง (บัว กมลวาทิน) เป็นมหาดเล็กหุ้มแพรในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาเงิน เข็มศิลปวิทยา ตั้งแต่ยังเป็นนายบัว สังกัดกรมมหรสพ เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๕๕ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสรรเพลงสรวงได้ชักชวนให้ข้าราชการในกรมมหรสพสร้างพระพุทธรูปขึ้น ๓ องค์ เพื่อมอบให้เป็นสมบัติของกรมพิณพาทย์หลวง ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของกลุ่มดุริยางค์ไทย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร
๖) #หลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยะชีวิน) ถวายตัวเป็นมหาดเล็กหุ้มแพรและอยู่ในวงดนตรีตามเสด็จของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๕๙ ขณะดำรงตำแหน่งรองหุ้มแพร ขุนดนตรีบรรเลง (อุ่น ดุรยะชีวิน) (คำว่า ดุรยะชีวินสะกดตามที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา) ภายหลังกรมศิลปากรได้เชิญให้ท่านมาสอนประจำที่วิทยาลัยนาฏศิลป รวมถึงร่วมบรรเลงอยู่ในวงดนตรีประกอบการแสดงของกรมศิลปากรอีกด้วย
๗) หุ้มแพร #หลวงยงเยี่ยงครู (จิ๋ว รามนัฏ) เคยรับราชการในกรมมหรสพหลวง (โขนพระ) ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๖๕ ลูกศิษย์ของท่าน คือ นายทองเริ่ม มงคลนัฏ ได้รับราชการในกรมศิลปากรและได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับข้าราชครูและนักเรียนโรงเรียนนาฏศิลปและนาฏศิลปินในสำนักการสังคีต กรมศิลปากร
๘) #หลวงทรงนัจวิธี (หรุ่น อรุณะนัฏ) เคยรับราชการในกรมมหรสพหลวง (โขนยักษ์) ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๖๕ ขณะดำรงตำแหน่งรองหุ้มแพร ขุนทรงนัจวิธี (หรุ่น อรุณะนัฏ) ลูกศิษย์ของท่าน คือ นายทองเริ่ม มงคลนัฏ ได้รับราชการในกรมศิลปากร และได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับข้าราชครูและนักเรียนโรงเรียนนาฏศิลปและนาฏศิลปินในสำนักการสังคีต กรมศิลปากร
#รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
๑) เสวกโท #พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) เป็นผู้ประพันธ์ทำนองเพลงชาติไทย และเป็นผู้บันทึกเพลงไทยเป็นโน้ตสากลคนแรกของประเทศไทย เคยรับราชการในกรมมหรสพหลวง ตำแหน่งปลัดกรมกองเครื่องสายฝรั่งหลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๖๙ ต่อมาพระเจนดุริยางค์ย้ายมาสังกัดกรมศิลปากรและได้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาปรับปรุงวงดุริยางค์สากลให้กับกรมศิลปากร นอกจากนี้ยังเป็นกรรมการตรวจสอบและควบคุมการจดบันทึก เพลงไทยที่บันทึกเป็นโน้ตสากลให้กับกรมศิลปากร อีกด้วย
๒) รองเสวกเอก #หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เคยถวายตัวเป็นจางวางมหาดเล็กของสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ครั้นถึงพุทธศักราช ๒๔๖๘ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “หลวงประดิษฐไพเราะ” ต่อมาในพุทธศักราช ๒๔๖๙ ได้เข้ารับราชการในกรมปี่พาทย์และโขนหลวงกระทรวงวัง มีหน้าที่ถวายการสอนดนตรีไทยแก่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในงานพระราชนิพนธ์เพลงไทยทั้ง ๓ เพลง ได้แก่ เพลงราตรีประดับดาว เพลงเขมรลออองค์และเพลงคลื่นกระทบฝั่ง หลวงประดิษฐไพเราะได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๗๒ โดยในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชกระแสรับสั่งกับพระมหาเทพกษัตรสมุห (เนื่อง สาคริก) ว่า “คุณพระนายรู้ไหม เราไม่ได้ให้เหรียญนี้แก่หลวงประดิษฐไพเราะเพราะว่าสามารถในการตีระนาดแต่อย่างใด แต่เพราะว่าไม่ว่าจะส่งเครื่องดนตรีอะไรไป ทั้งของเรา ของฝรั่ง แลชาติ ต่าง ๆ หลวงประดิษฐ ฯ ก็ทำเพลงได้หมดเสียทุกชิ้นไป” ต่อมาหลวงประดิษฐไพเราะได้ย้ายมาสังกัดกรมศิลปากร ในตำแหน่งผู้ควบคุมหมวดดุริยางค์ไทย และได้เป็นกรรมการควบคุมการจดบันทึก เพลงไทยที่บันทึกเป็นโน้ตสากลให้กับกรมศิลปากร ลูกศิษย์หลายคนของท่านต่อมาเข้ารับราชการ ในกรมศิลปากร อาทิ นายสงัด ยมะคุปต์ นายเผือด นักระนาด นายโชติ ดุริยประณีต นายชื้น ดุริยประณีต ร.อ. โองการ กลีบชื่น (อดีตหัวหน้ากลุ่มดุริยางค์ไทย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร) ครูบาง หลวงสุนทร นายขวัญชัย ศิลปบรรเลง นายประสิทธิ์ ถาวร นางจิ้มลิ้ม กุลตัณฑ์ เป็นต้น
#รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร #มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช #บรมนาถบพิตร
๑) #นายมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติ เคยรับราชการในกรมพิณพาทย์หลวงและอยู่ในวงดนตรีตามเสด็จของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาได้โอนย้ายมาสังกัด กรมศิลปากรและเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกดุริยางค์ไทย กองการสังคีต กรมศิลปากร นายมนตรีสร้างผลงานการประพันธ์เพลงไทยไว้มากมาย รวมถึงเขียนตำราวิชาการดนตรีไทย นอกจากนี้ท่านยังได้เป็นผู้บอกทางเพลงในการจดบันทึกเพลงไทยเป็นโน้ตสากลให้กับกรมศิลปากร นายมนตรี ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๑๔ ลูกศิษย์หลายคนของท่านได้รับราชการในกรมศิลปากร อาทิ นายศิลปี ตราโมท นายสิริชัยชาญ ฟักจำรูญ ศิลปินแห่งชาติ (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) นายไพฑูรย์ เฉยเจริญ นายไชยยะ ทางมีศรี ศิลปินแห่งชาติ นายสุรเดช กิ่มเปี่ยม นายเผชิญ กองโชค นายศักดิ์ชัย ลัดดาอ่อน เป็นต้น
๒) #ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ศิลปินแห่งชาติ เคยถวายตัวเป็นข้าหลวงละคร อยู่ในวังสวนกุหลาบของสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา ได้ฝึกฝนการแสดงละครจนมีฝีมือและมีชื่อเสียง ต่อมานายธนิต อยู่โพธิ์ ขณะดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร ได้เรียนเชิญให้ท่านผู้หญิงแผ้วมาช่วยปรับปรุงฟื้นฟูและวางรากฐานด้านนาฏศิลป์ให้กับกรมศิลปากร ซึ่งท่านเป็นทั้งผู้ออกแบบท่ารำ เป็นผู้ฝึกสอนและผู้อำนวยการฝึกซ้อมการแสดงโขน ละคร ฟ้อนรำ ชุดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก โดยท่านได้นำวิชาความรู้ด้านนาฏศิลป์ที่เคยได้รับมาตั้งแต่เมื่อครั้งอยู่วังสวนกุหลาบและจากประเทศต่าง ๆ มาพัฒนาให้กับการแสดงนาฏศิลป์ไทยในกรมศิลปากรให้มีความทันสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งความงามตามแบบแผนจารีตนาฏศิลป์ไทย ท่านผู้หญิงแผ้วได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๑๔ ลูกศิษย์หลายคนของท่านได้รับราชการในกรมศิลปากรและมีชื่อเสียงในวงการนาฏศิลป์ไทย อาทิ นายธงไชย โพธยารมย์ นางสุวรรณี ชลานุเคราะห์ ศิลปินแห่งชาติ นายราฆพ โพธิเวส ศิลปินแห่งชาติ นางศิริวัฒน์ ดิษยนันท์ ศิลปินแห่งชาติ นางสถาพร สนทอง นางอิงอร ศรีสัตตบุษย์ นางบุนนาค ทรรทรานนท์ นางรัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ นายปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ นางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ นางสาวนงลักษณ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นต้น
๓) #นายเสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ อดีตผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถด้านนาฏดุริยางคศิลป์อย่างมากทั้งในด้านโขน ละคร การพากย์โขนและดนตรีไทย นายเสรี มีความคิดสร้างสรรค์ในการจัดทำบทโขนละครโดยหยิบยกลักษณะพิเศษของตัวละครมาปรับปรุงและจัดทำบทการแสดงใหม่ให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้สร้างสรรค์การแสดงวิพิธทัศนาชุดต่าง ๆ ไว้อีกมากมายให้กับกรมศิลปากร นายเสรี ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาวิจิตรศิลป์ (ด้านนาฏศิลป์ไทย) เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๓ ลูกศิษย์หลายคนของท่านได้รับราชการในกรมศิลปากรและมีชื่อเสียงในวงการนาฏศิลป์ไทย อาทิ นายประสาท ทองอร่าม นายศิริพงษ์ อัฏฏะวัชระ นายปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ นางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ นายจรัญ พูลลาภ เป็นต้น
๔) #นางเจริญใจ สุนทรวาทิน ศิลปินแห่งชาติ เคยถวายตัวเป็นมโหรีหลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาได้โอนย้ายมาสังกัดกรมศิลปากร ในหมวดดุริยางค์ไทย ตำแหน่งผู้ช่วยศิลปินชั้น ๑ ต่อมาในภายหลังนางเจริญใจได้ทำหน้าที่สอนวิชาดนตรีไทยให้กับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขามนุษยศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐
บุคคลที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น กล่าวถึงเพียงบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับกรมศิลปากรเท่านั้น ซึ่งยังมีบุคคลในสายนาฏดุริยางคศิลป์และศิลปะการแสดงที่ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาในแต่ละรัชกาลอีกด้วย ดังนี้
#รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
๑) พันตรี #พระยาวาทิตบรเทศ (หม่อมราชวงศ์ ชิต เสนีวงศ์) นายแตรวงกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาเงินกับเข็มเงินศิลปวิทยาขณะดำรงตำแหน่ง “หลวงวาทิตบรเทศ” เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๘๒
#รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
๑) #พระดึกดำบรรพ์ประจง (เพิ่ม สุครีวกะ) เคยรับราชการในกรมมหรสพหลวง (โขนลิง) ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาเงิน เข็มศิลปวิทยา ขณะดำรงตำแหน่งหลวงพำนักนัจนิกร (เพิ่ม) เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔
๒) #พระยาวาระศิริราชเสนี (เอวัน วาระศิริ) เคยรับราชการในกรมมหรสพหลวง ตำแหน่งปลัดกรมกองเครื่องสายฝรั่งหลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๖๑ ขณะดำรงตำแหน่ง จ่า พระประดิษฐไพเราะ (เอวัน วารศิริ) (คำว่า วารศิริ สะกดตามที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา)
#รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
๑) ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. สุรพล วิรุฬห์รักษ์ ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาสังคมศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
๒) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันเอก ชูชาติ พิทักษากร ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา สาขาศึกษาศาสตร์ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
๓) รองศาสตราจารย์ สดใส พันธุมโกมล ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา สาขามนุษยศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
๔) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ พูนพิศ อมาตยกุล ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา สาขาดนตรี เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘
#พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน
๑) ศาสตราจารย์ ดร. ณัชชา พันธุ์เจริญ ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา สาขาวิจิตรศิลป์ (ดุริยางคศิลป์) เมื่อวันที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
บุคคลที่ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาในแต่ละรัชกาลที่กล่าวมาทุกท่าน ล้วนแต่เป็นบุคคลที่มีฝีมืออย่างเยี่ยมยอดและมีชื่อเสียงในสายนาฏดุริยางคศิลป์และศิลปะการแสดง นับเป็นความภาคภูมิใจของบุคคลที่ได้รับพระราชทานเหรียญราชอิสริยาภรณ์ชนิดนี้ ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในศิลปวิทยาการ สามารถพัฒนาวิชาความรู้ คิดค้นความรู้อย่างเป็นระบบและสามารถสร้างกรรมวิธีหรือประดิษฐ์สิ่งใหม่จนเป็นผลสำเร็จ เพื่อปรับปรุงพัฒนางานด้านนาฏดุริยางคศิลป์ของไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า
เรียบเรียง : ดร. ธำมรงค์ บุญราช นักวิชาการละครและดนตรีชำนาญการ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต สำนักการสังคีต

01/10/2025
องค์ความรู้ : สำนักการสังคีต เรื่อง นาฏกรรมเงินล้าน : การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด พาลีสอนน้อง พุทธศักราช ๒๕๑๗ พุทธศ...
01/10/2025

องค์ความรู้ : สำนักการสังคีต
เรื่อง นาฏกรรมเงินล้าน : การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด พาลีสอนน้อง
พุทธศักราช ๒๕๑๗

พุทธศักราช ๒๕๑๗ ได้เกิดปรากฏการณ์สำคัญกับการแสดงโขน เมื่อกรมศิลปากรจัดแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด พาลีสอนน้อง ขึ้น ณ โรงละครแห่งชาติ เริ่มเปิดการแสดงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๗ การแสดงครั้งนั้นมีผู้ชมให้ความสนใจจนที่นั่งเต็มทุกรอบการแสดง ได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวาง และมีรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมถึงหลักล้านบาท ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่มีมูลค่ามหาศาลในยุคสมัยนั้น จนได้รับขนานนามว่าเป็น “โขนเงินล้าน” โดยจัดแสดงทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ วันละ ๒ รอบ ได้แก่ เวลา ๑๒.๐๐ น. และ ๑๕.๐๐ น. ราคาบัตรเข้าชมเพียง ๓๐, ๒๐, และ ๑๐ บาท ซึ่งปัจจัยความสำเร็จของการจัดการแสดง มีผลมาจากความรู้ความเชี่ยวชาญของบุคลากรทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในทุกองค์ประกอบจนการแสดงเกิดความสมบูรณ์

การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด พาลีสอนน้อง เป็นผลงานการประพันธ์ของ นายเสรี หวังในธรรม ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านสังคีตศิลป์ กรมศิลปากร และศิลปินแห่งชาติ โดยเป็นการปรับปรุงบทให้มีความแปลกใหม่ต่างจากการแสดงโขนในอดีตที่มุ่งนำเสนอเรื่องรามเกียรติ์เป็นตอน ๆ ด้วยการนำบทบาทสำคัญของพาลีที่ปรากฎในเรื่องรามเกียรติ์ มาเรียงร้อยต่อเนื่องกันและนำเสนอเป็นเรื่องราว ๑ ชุด ในรูปแบบโขนฉาก เพื่อให้ผู้ชมทราบถึงประวัติของพาลี หนึ่งในพญาวานรที่เป็นตัวละครสำคัญในเรื่องรามเกียรติ์ โดยยังคงลำดับการดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขณะเดียวกันก็ยังคงความไพเราะของภาษาและการใช้สำนวนเปรียบเปรยทางวรรณศิลป์ เนื้อหาของเรื่องสอดแทรกด้วยข้อคิดและคติสอนใจ ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ชม มีระบำที่ช่วยเสริมให้เนื้อเรื่องเกิดความน่าชม ทำให้การแสดงโขนชุดนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งภายหลังจากจบรอบการแสดงในโรงละครแห่งชาติแล้ว นายเสรี หวังในธรรม ได้จัดทำบทโขน ชุดพาลีสอนน้อง ในรูปแบบโขนหน้าจอ สำหรับจัดแสดงสัญจรทุกภูมิภาคทั่วประเทศอีกด้วย

นอกจากบทการแสดงที่มีความแปลกใหม่แล้ว ความสำเร็จของการแสดงครั้งนี้ ยังเกิดจากการผสมผสานศิลปะแขนงต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งการออกแบบและสร้างฉากที่มีความสวยงาม สามารถสื่อความหมายและเชื่อมโยงเรื่องราวในตอนต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีโดยนายทวีศักดิ์ เสนาณรงค์ ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองการสังคีต การออกแบบท่ารำและฝึกซ้อมศิลปินฝ่ายนาฏศิลป์โดย นายอร่าม อินทรนัฏ นายกรี วรศะริน ศิลปินแห่งชาติ นายหยัด ช้างทอง นางสถาพร สนทอง นางจำเรียง พุธประดับ ศิลปินแห่งชาติ นางเจริญจิต ภัทรเสวี นางสุวรรณี ชลานุเคราะห์ ศิลปินแห่งชาติ และนางศิริวัฒน์ ดิษยนันทน์ ศิลปินแห่งชาติ ภายใต้การควบคุมดูแลของท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ศิลปินแห่งชาติ บรรจุเพลงดนตรีประกอบการแสดงโดย นายมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติ และกำกับเวทีโดย นายอาคม สายาคม และนางพนิดา สิทธิวรรณ ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าเบื้องหลังความสำเร็จของการแสดงโขน ชุด พาลีสอนน้องในยุคแรกนั้น ล้วนเกิดจากความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของปูชนียบุคคลสำคัญหลายท่านของกรมศิลปากรอย่างแท้จริง

เนื้อเรื่องในตอนนี้ กล่าวถึงพระอิศวรมอบบำเหน็จความชอบแก่พญากากาศที่ชะลอเขาพระสุเมรุให้ตั้งตรงได้ โดยประทานนามให้ว่า พาลี พร้อมประทานตรีเพชรและให้พรว่าหากรบกับใคร ให้ได้กำลังศัตรูแบ่งมาสมทบครึ่งหนึ่ง และได้ประทานนางเทพดาราใส่ผอบฝากให้สุครีพน้องชาย แต่พระนารายณ์ได้ทัดทานไว้ว่าไม่ควรฝากสตรีงามไปกับบุรุษ พาลีจึงให้คำสัตย์สาบานว่าหากตนคิดคดเอาของน้อง ขอให้ตายด้วยศรของพระนารายณ์ ครั้นกลับถึงยังเมืองขีดขิน พาลีได้เปิดผอบเห็นโฉมนางเทพดาราจึงลืมคำสัตย์สาบานที่ให้ไว้และเข้าเกี้ยวพาราสี จนได้นางเทพดาราเป็นชายา

เมื่อครั้งเขาพระสุเมรุเอนทรุดเป็นครั้งที่ ๒ พระอิศวรได้ให้ทศกัณฐ์มาช่วยชะลอยกเขา และประทานนางมณโฑให้เป็นชายา ระหว่างทางขณะข้ามผ่านเมืองขีดขินได้ถูกพาลีแย่งชิงนางมณโฑไป จนเวลาล่วงเลยไป นางมณโฑตั้งครรภ์ได้ ๗ เดือน ฤษีอังคตผู้เป็นอาจารย์ของพาลีจึงประกอบพิธีผ่าเอาลูกในครรภ์ของนางไปฝากใส่ครรภ์นางแพะ เพื่อรอให้กุมารครบกำหนดคลอดตามธรรมชาติ แล้วมอบนางมณโฑคืนแก่ทศกัณฐ์ เมื่อกุมารที่เกิดแก่พาลีและนางมณโทถือกำเนิดขึ้น ได้ชื่อว่า องคต จวบอายุครบ ๑๐ ปี พาลีจึงสั่งให้จัดพิธีโสรจสรงตามประเพณี ที่ริมฝั่งแม่น้ำยมนา ฝ่ายทศกัณฐ์ทราบข่าวจึงโกรธแค้น แปลงกายเป็นปูยักษ์แอบซ่อนอยู่ในน้ำใต้โรงพิธีเพื่อรอเวลาสังหารองคต แต่ถูกพาลีจับไว้ได้และโดนจับพันธนาการให้องคตลากเล่นอยู่ ๗ วันจึงคืนกลับไปยังกรุงลงกา

กล่าวถึงทรพีควายผู้ลูกทรพากับนางนิลากาสร ซึ่งได้ลอบมาคลอดในถ้ำและฝากเทวดาช่วยพิทักษ์เลี้ยงดู เป็นเหตุให้ทรพีมีจิตใจหยาบช้า คอยวัดรอยเท้าทรพาพ่อของตนจนเท่ากันพอดีแล้วจึงออกไปสู้รบฆ่าบิดาตาย จากนั้นทรพียิ่งกำเริบหนักขึ้น ไปท้าพระอิศวรรบถึงวิมานเขาไกรลาส พระอิศวรทรงพิโรธจึงบอกทรพีให้ไปรบกับพาลีและสาปให้ตายด้วยฤทธิ์ของพาลี เมื่อพาลีรบกับทรพีได้สังเกตว่าทรพีมีฤทธิ์กำลังผิดควายธรรมดา จึงออกอุบายให้ไปสู้รบในถ้ำและสั่งสุครีพน้องชายให้หมั่นพาพลมาตรวจดูหน้าถ้ำ ถ้าเห็นเลือดข้นไหลออกมาหมายความว่าตนมีชัยชนะ แต่หากเลือดใสหมายความว่าตนสิ้นชีวิต ให้รีบขนหินมาปิดปากถ้ำอย่าให้ทรพีออกมาได้ สั่งแล้วก็เข้าไปรบกับทรพีในถ้ำ สู้กันอยู่นานพาลีไม่อาจชนะได้ จึงร้องถามทรพีว่ามีเทวดาองค์ใดคอยรักษากาย แต่ทรพีควายอกตัญญูมิได้รู้คุณเทวดา กลับตอบว่าเก่งด้วยฤทธิ์และกำลังของตนเอง ไม่มีเทวดาองค์ใดช่วยเหลือ เมื่อสิ้นคำเทวดาต่างพากันละทิ้งจากกาย ทรพีจึงถูกพาลีสังหารถึงแก่ความตาย ขณะนั้นบังเกิดฝนตกลงมาชะล้างเลือดทรพีที่มีสีข้นกลายเป็นเลือดใส สุครีพเข้าใจผิดคิดว่าพาลีสิ้นชีพแล้ว จึงสั่งทหารวานรขนหินปิดปากถ้ำที่พาลีและทรพีสู้รบกัน ฝ่ายพาลีเข้าใจว่าสุครีพสั่งปิดปากถ้ำเพราะผูกใจเจ็บแค้นตนเรื่องนางเทพดารา จึงขับไล่สุครีพ ออกจากเมือง

ต่อมาเมื่อสุครีพได้พบหนุมาน จึงเข้าสวามิภักดิ์กับพระรามและทูลเรื่องราวให้ทรงทราบ พระรามทรงรำลึกได้ถึงคราวที่พาลีเสียสัตย์สาบานเรื่องนางเทพดารา และเห็นว่าถึงเวลาที่พาลีต้องตายตามคำสัตย์ที่ให้ไว้ จึงบอกให้สุครีพไปท้าพาลีให้ออกมารบ เมื่อสองพญาวานรรบกันกลางอากาศ พระรามจึงแผลงศรพรหมาสตร์สังหารพาลี แต่พาลีสามารถจับลูกศรไว้ได้และเมื่อทราบว่าพระรามคือองค์พระนารายณ์อวตารจึงตระหนักถึงเรื่องที่ตนเสียสัตย์ พาลีสำนึกผิดทูลถวายชีวิตตามสัตย์สาบาน ก่อนสิ้นชีวิตได้ทูลฝากฝังสุครีพน้องชาย องคตผู้เป็นบุตร พร้อมถวายพลวานรเมืองขีดขินเป็นข้าพระราม แล้วสั่งสอนสุครีพเรื่องการรับราชการและความจงรักภักดี ก่อนใช้ลูกศรปักอกจนถึงแก่ความตาย ในบทบาทนี้จึงเกิดเป็นเรื่องราวของพาลีในการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด พาลีสอนน้อง

โขน ชุด พาลีสอนน้องมีคุณค่าในแง่ของการยึดโยงศิลปะการแสดงโขนกับผู้ชม ด้วยการนำเสนอเรื่องราวรามเกียรติ์ในรูปแบบที่มีความกระชับ เข้าใจง่าย และเข้าถึงผู้คนทุกระดับ ส่งผลให้เรื่องพาลีสอนน้องยังคงเป็น ที่นิยมอยู่ในความทรงจำของสังคมไทย และเป็นหนึ่งในตอนที่กรมศิลปากรนิยมนำมาจัดแสดงเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนชมอยู่บ่อยครั้ง เช่น งานวันข้าราชการพลเรือน งานโครงการดนตรีสำหรับประชาชน งานสัปดาห์ วันอนุรักษ์มรดกไทย รายการศรีสุขนาฏกรรม รายการดนตรีไทยไร้รสหรือ ฯลฯ กล่าวได้ว่าการแสดงโขน ชุด พาลีสอนน้อง พุทธศักราช ๒๕๑๗ ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับกรมศิลปากร แต่ยังสร้าง “ปรากฏการณ์” ที่ทำให้โขนกลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายด้วยการนำเสนอตัวละครในมุมมองใหม่ และความพิถีพิถัน ในทุกขั้นตอนการออกแบบการแสดง ล้วนเป็นองค์ประกอบที่นำไปสู่ความสำเร็จที่คนรุ่นหลังยังคงกล่าวถึงในนาม “โขนเงินล้าน” มาจนถึงปัจจุบัน

รายการอ้างอิง

กรมศิลปากร. สูจิบัตรการแสดงโขน ชุด พาลีสอนน้อง. กรุงเทพ ฯ : กองการสังคีต, ๒๕๑๗.
สมนึก บัวทอง. ข้าราชการบำนาญ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร. สัมภาษณ์. ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๘.
สุรเดช เผ่าช่างทอง. ข้าราชการบำนาญ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร. สัมภาษณ์. ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๘.
เสรี หวังในธรรม. บทโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด พาลีสอนน้อง. กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ์ดำรงธรรม, ๒๕๒๗.

ภาพถ่าย กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต สำนักการสังคีต กรมศิลปากร

เรียบเรียงโดย : นางสาวธัญนัฏกร กล่ำแดง นักวิชาการละครและดนตรีปฏิบัติการ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร

25/09/2025

สำนักการสังคีต

วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๘ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลการบรรเลงเนื่องในงานพิธีไหว้ครู - ครอบค...
25/09/2025

วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๘ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลการบรรเลงเนื่องในงานพิธีไหว้ครู - ครอบครูช่าง ประจำปี ๒๕๖๘ ณ ห้อง ๑๐๔ หอศิลปะสถาปัตยกรรมพระพรหมวิจิตร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
วังท่าพระ

ควบคุมการปฏิบัติงานโดย นายรัฐศาสตร์ จั่นเจริญ
ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต

วันอังคารที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลการบรรเลงดนตรีสากลเนื่องในการรับเสด็จ ฯ  ...
24/09/2025

วันอังคารที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘
กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลการบรรเลงดนตรีสากล
เนื่องในการรับเสด็จ ฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ
เนื่องในโอกาสครบ ๑๐๐ ปี วันพระบรมราชสมภพ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร
ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ควบคุมการปฏิบัติงานโดย นายรัฐศาสตร์ จั่นเจริญ
ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต

วันเสาร์ที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๘ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต ร่วมกับฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักการสังคีต  ดำเนินงานโครงการเสวนา...
21/09/2025

วันเสาร์ที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๘ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต ร่วมกับฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักการสังคีต ดำเนินงานโครงการเสวนา เรื่อง “ศิลป์สะท้อนโรงละครแห่งชาติ” ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ วาสุกรี

ควบคุมการดำเนินงานโดย นายรัฐศาสตร์ จั่นเจริญ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต

ที่อยู่

สำนักการสังคีต กรมศิลปากร
Phra Nakhon
10200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 04:30
อังคาร 08:30 - 04:30
พุธ 08:30 - 04:30
พฤหัสบดี 08:30 - 04:30
ศุกร์ 08:30 - 04:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต สำนักการสังคีต กรมศิลปากรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท