01/05/2025
โรคแอนแทรกซ์
ในปี2560 ชาวแม่สอดตากได้มีผู้ติดเชื้อจากการชำแหละ
แพะจากฝั่งเมียนมา โรคนี้กำลังกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
ซึ่งสามารถเป็นเหตุในการเสียชีวิตได้
เฝ้าระวังกันในหมู่ผู้เลี้ยงสัตว์เพื่อป้องกันการระบาดครับ
HEALTH: กรมควบคุมโรค เผย ได้รับการยืนยันชายมุกดาหาร เสียชีวิตจากโรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) เตือนประชาชนเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ที่ไม่ปรุงสุก ไม่ชำแหละหรือสัมผัสสัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ย้ำ อย่าตื่นตระหนก เหตุอยู่ในการควบคุม ป้องกัน และสอบสวนโรคโดยเจ้าหน้าที่ด้านระบาดวิทยา
วันนี้ (1 พ.ค. 68) นายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงกรณีพบผู้เสียชีวิตจากโรคแอนแทรกซ์ 1 ราย ที่จังหวัดมุกดาหาร นับเป็นรายแรกของปี 2568 พร้อมเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ที่ไม่ปรุงสุก รวมถึงการชำแหละหรือสัมผัสสัตว์ โดยเฉพาะโค กระบือ แพะ แกะ ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และขอประชาชนอย่าตื่นตระหนกเนื่องจากสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมและสอบสวนโรคแล้ว
สำหรับผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 53 ปี มีโรคประจำตัวคือเบาหวาน อาชีพรับจ้างก่อสร้าง เริ่มมีอาการตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 68 โดยมีตุ่มแผลขึ้นที่มือขวา ก่อนเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 68 ด้วยอาการแผลที่มือเปลี่ยนเป็นสีดำชัดเจน ต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ขวาโต มีอาการหน้ามืดและชักเกร็ง กระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะรักษา แพทย์สงสัยว่าเป็นโรคแอนแทรกซ์ จึงส่งตัวอย่างตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลยืนยันพบเชื้อ Bacillus anthracis จากการสอบสวนโรคเบื้องต้นคาดว่าปัจจัยเสี่ยงมาจากการร่วมชำแหละโคในงานบุญ และนำเนื้อไปแจกจ่ายรับประทานในหมู่บ้าน
ขณะนี้ทีมสอบสวนควบคุมโรคจากกรมควบคุมโรค, สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร และทีมปศุสัตว์ ได้ลงพื้นที่แล้ว พบผู้สัมผัสรวม 247 คน แบ่งเป็นผู้ชำแหละ 28 คน และผู้บริโภคเนื้อโคดิบ 219 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้ยาแก่กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและอยู่ระหว่างดำเนินมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่
โรคแอนแทรกซ์เป็นโรคติดต่อร้ายแรงจากสัตว์สู่คน เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus anthracis ซึ่งสปอร์มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูง สามารถก่อโรคได้แม้เวลาผ่านไปหลายปี แหล่งรังโรคหลักคือสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น โค กระบือ แพะ และแกะ คนส่วนใหญ่ติดเชื้อจากการสัมผัสสัตว์ป่วยโดยตรง การชำแหละ การบริโภคเนื้อดิบหรือปรุงไม่สุก หรือสัมผัสผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ หลังได้รับเชื้อประมาณ 1-5 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องรุนแรง อาจมีแผลที่ผิวหนังลักษณะคล้ายรอยบุหรี่จี้ หายใจติดขัดหรือหายใจลำบาก หากอาการรุนแรงอาจเสียชีวิตได้สูงถึงร้อยละ 80
ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่า ประเทศไทยเคยพบการระบาดของโรคแอนแทรกซ์ในปี พ.ศ. 2543 ที่จังหวัดพิจิตรและพิษณุโลก รวม 15 ราย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต และต่อมาในปี พ.ศ. 2560 พบผู้ป่วย 2 ราย ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการชำแหละแพะนำเข้าจากประเทศเมียนมาด้วยมือเปล่า ส่วนสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อปี พ.ศ. 2567 ประเทศลาวพบผู้ติดเชื้อ 129 ราย เสียชีวิต 1 ราย และเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2566 ประเทศเวียดนามพบการระบาด 3 เหตุการณ์ มีผู้ป่วย 13 ราย จากการบริโภคเนื้อโคและกระบือ
นายแพทย์ภาณุมาศ แนะนำวิธีป้องกันโรคแอนแทรกซ์ว่า ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโค กระบือ แพะ แกะ ที่ป่วยหรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรล้างมือและชำระร่างกายให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์ รวมถึงเลือกบริโภคเนื้อสัตว์ที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยและปรุงให้สุกเท่านั้น หากพบสัตว์ป่วยตายผิดปกติ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที และหากตนเองมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสสัตว์หรือบริโภคเนื้อสัตว์ที่สงสัย ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยโดยเร็ว หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
#เดอะรีพอร์ตเตอร์ #โรควัวบ้า #แอนแทรกซ์