23/09/2025
“เมื่อเราไม่รู้จัก เราก็อาจไม่รู้สึกถึงความสูญเสีย หากสิ่งเหล่านั้นหายไป” นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์
สำหรับใครหลายคน การไปเที่ยวป่าอาจหมายถึงการชมความงดงามของธรรมชาติ หรือการไปดื่มด่ำทะเลหมอกสุดสายตา แต่ในมุมมองของ หมอหม่อง – รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ อาจารย์แพทย์และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สิ่งเหล่านั้นอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
หมอหม่องเอ่ยชวนเราทุกคนก้าวข้ามการเป็น ‘นักท่องเที่ยวธรรมดา’ ไปสู่การเป็น ‘นักอ่านป่า’ ที่สามารถตีความและทำความเข้าใจเรื่องราวที่ธรรมชาติกำลังเล่าให้เราฟัง
#เรารู้จักธรรมชาติรอบตัวแค่ไหน?
หมอหม่องตั้งคำถามง่าย ๆ แต่สะกิดใจว่า เรารู้จักสัตว์ที่อยู่รอบตัวมากน้อยเพียงใด เช่น หากให้เลือกระหว่างช้างสองตัวว่า ‘ช้างไทย’ คือฝ่ายไหน หรือหากให้ชี้ว่านกตัวไหนคือนกเงือกไทย หลายคนอาจตอบไม่ได้ แม้แต่นกสามัญประจำบ้าน 8 ชนิดที่อยู่รอบตัวเราก็อาจยังไม่รู้จัก
เมื่อเราไม่รู้จัก เราก็อาจไม่รู้สึกถึงความสูญเสียหากสิ่งเหล่านั้นหายไป เช่นเดียวกับการเลือกเห็ดป่าที่กินได้หรือกินไม่ได้ หากขาดความรู้ก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ เรื่องนี้สะท้อนว่า คนเมืองกำลังสูญเสียทักษะการสังเกตและประสาทสัมผัสทางธรรมชาติ
#อ่านธรรมชาติให้ออก
การเดินทางท่องเที่ยวในป่าไม่ควรจบลงเพียงการ ‘เช็คอิน’ ถ่ายรูปกับป้ายบนยอดดอย แล้วรีบกลับลงมาเหมือนการมีหนังสือดี ๆ อยู่ในมือแต่เราอ่านไม่ออก หมอหม่องชี้ว่า หากเรามีทักษะ ‘อ่านธรรมชาติ’ โลกใบนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าทึ่งมากมาย
ลองนึกภาพการเดินป่า บางคนอาจเห็นเพียงต้นไม้หนาทึบหรือมัวแต่กังวลเรื่องทาก แต่หากมองลึกลงไป ทุกใบไม้มีเรื่องเล่า อย่างตุ่มบนใบที่แท้จริงคือรังของแมลง หรือ ‘ฝอยลม’ ไลเคนสีขาวฟูที่บ่งบอกถึงอากาศบริสุทธิ์ซึ่งไม่มีวันเจอกลางสี่แยกเมืองใหญ่
#ป่าคือห้องเรียนของชีวิต
ในป่า ทุกสิ่งล้วนมีความหมาย เรือนยอดอายกัน ต้นไม้ไม่ให้กิ่งใบชนกันราวกับรู้จักรักษาระยะห่าง เครือข่ายเชื้อราใต้ดิน ระบบสื่อสารลับที่ทำให้ต้นไม้แลกเปลี่ยนสารอาหารและสัญญาณ โรงงานรีไซเคิลใต้ถุนป่า เห็ดราและจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์คืนสู่ดิน
เมล็ดพันธุ์นับหมื่นในป่าอาจงอกขึ้นมาเป็นไม้ใหญ่ได้เพียงหนึ่งต้น แข่งขันกันเพื่อแสงแดด แต่บางพืชเลือกใช้ ‘กลยุทธ์’ เช่น เถาวัลย์ที่ไต่เกาะต้นไม้อื่น หรือเฟิร์นรังนกที่สร้างสวนลอยฟ้าของตัวเอง
สัตว์ป่าก็ไม่ต่างกัน จั๊กจั่นสร้างปล่องป้องกันน้ำท่วม ปลวกย่อยสลายเศษไม้คืนสารอาหาร ผีเสื้อใบไม้ใหญ่อินเดียพรางตัวได้แนบเนียนราวใบไม้แห้ง ส่วน นกเงือก เป็นนักปลูกป่าที่แท้จริง กระจายเมล็ดพันธุ์ไปไกลและช่วยให้เมล็ดงอกง่ายขึ้น
#บทเรียนจากความสัมพันธ์ในป่า
สิ่งมีชีวิตในป่าล้วนทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้อง ต้นไทรที่ผลิดอกออกผลแม้ยามต้นไม้อื่นว่างเปล่า กลายเป็น ‘Keystone Species’ ที่ค้ำจุนทั้งระบบนิเวศ หรือการที่มดอาศัยอยู่ในโพรงต้นไม้แล้วช่วยแลกเปลี่ยนสารอาหาร คือบทเรียนของ การอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัย
แต่เมื่อถนนตัดผ่านป่า ชะนีที่เคยโหนเถาวัลย์ข้ามเรือนยอดก็ต้องแยกจากฝูง การสร้าง Wildlife Corridor หรือทางเชื่อมป่า คือความพยายามใหม่ที่ช่วยให้สัตว์กลับมามีเส้นทางชีวิต
#ความรักต้องมาพร้อมความรู้
หมอหม่องเตือนว่า ความรักธรรมชาติเพียงอย่างเดียวไม่พอ หากขาดความรู้ก็อาจก่อผลเสีย เช่น การสร้างฝายในลำธารผิดที่ผิดทางที่ทำให้ระบบน้ำเปลี่ยนแปลง กลายเป็นการทำร้ายโดยไม่ตั้งใจ
เราต้องรักธรรมชาติอย่างมีความเข้าใจ เพราะแม้แต่สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ อย่างไส้เดือน กิ้งกือ หรือทาก ก็มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศทั้งหมด
#ป่าและมนุษย์เรื่องเดียวกัน
โลกนี้ไม่ใช่ของมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นของทุกชีวิตบนโลก หากเรามองธรรมชาติเป็นเพียงทรัพยากร เราก็จะสูญเสียความสามารถในการอยู่รอดไปพร้อมกับมัน สังคมที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความคิดหรือสิ่งมีชีวิต คือสังคมที่มั่นคงและยั่งยืนที่สุด
#บทสรุปแปลป่าให้โลกฟัง
หมอหม่องย้ำว่า ได้รับแรงบันดาลใจจากแม่ผู้สอนให้เป็นคน ‘แปลป่า’ และเชื่อว่าเราทุกคนก็ทำได้เช่นกัน เพราะเรา จะรักเฉพาะสิ่งที่เรารู้จัก และจะรักษาเฉพาะสิ่งที่เรารัก
ดังนั้น การทำความรู้จัก ทำความเข้าใจ และมองเห็นความงดงามของธรรมชาติรอบตัวด้วยหัวใจของเราเอง คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ชีวิตมนุษย์ไม่เพียงอยู่รอด แต่ยังคุ้มค่าและอุดมสมบูรณ์
ร่วมปกป้องผืนป่า สัตว์ป่า เพื่อความยั่งยืนของทุกชีวิต https://www.seub.or.th/donate/
#สืบสานงานอนุรักษ์ #รำลึก35ปีสืบนาคะเสถียร