Green Life Plus นิตยสารแจกฟรี ที่เต็มไปด้วยสาระความรู้มากมายสำหรับทุกคน / Organizer ระดับ Professional

นิตยสารแจกฟรีรายเดือน ที่รักษ์สิ่งแวดล้อม ที่มีสาระมากมาย พร้อมทั้งไลฟ์สไตล์ ที่พร้อมให้ทุกคนอย่างจริงใจ

SME D Bank เยี่ยมให้กำลังใจลูกค้า จ.น่าน ประสบอุทกภัย เร่งพาเข้ารับมาตรการช่วยเหลือ ช่วยลดภาระ ฟื้นฟูกิจการได้โดยเร็ว   ...
27/08/2026

SME D Bank เยี่ยมให้กำลังใจลูกค้า จ.น่าน ประสบอุทกภัย เร่งพาเข้ารับมาตรการช่วยเหลือ ช่วยลดภาระ ฟื้นฟูกิจการได้โดยเร็ว
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank มอบหมายผู้บริหารในพื้นที่ภาคเหนือ ลงพื้นที่ จ.น่าน ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจลูกค้าธนาคาร ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านมา พร้อมแนะนำให้คำปรึกษาในการเข้ารับมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบ ลดภาระค่าใช้จ่าย และสามารถกลับมาเดินหน้าธุรกิจได้ในเร็ววัน ได้แก่
มาตรการ “พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย” สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน และมาตรการ “เติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ” สำหรับลูกค้าเดิมได้รับผลกระทบทางตรง วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท ถึงสูงสุด 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน และยกเว้นค่าธรรมเนียม

นอกจากนั้น ธนาคารยังมีสินเชื่อช่วยเติมทุนเพิ่มเติม สำหรับเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ฟื้นฟูกิจการ วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน ผู้ประกอบการที่ต้องการรับบริการ แจ้งความประสงค์ได้ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ , LINE Official Account : SME Development Bank , เว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

“ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” กางแผนขับเคลื่อน กบข. ชูภารกิจหลักลงทุนมั่นคง เกษียณมั่นใจ เศรษฐกิจไทยยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร...
27/08/2026

“ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” กางแผนขับเคลื่อน กบข. ชูภารกิจหลักลงทุนมั่นคง เกษียณมั่นใจ เศรษฐกิจไทยยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ”

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ภายหลังเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คนที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ได้กำหนดวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ” มุ่งยกระดับการลงทุนมืออาชีพ ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยั่งยืน

โดยข้อมูลปัจจุบัน สมาชิก กบข. ที่เกษียณอายุราชการได้รับเงินก้อนจากกองทุนเฉลี่ยประมาณ 1-1.5 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ สะท้อนให้เห็นว่าสมาชิกจำนวนมากยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งเส้นทางสู่เกษียณมั่นคง ต้องเริ่มจากการออมให้เร็ว ออมให้เพียงพอ และเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้มีเงินออมที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างยั่งยืน กบข. จึงได้กำหนดแนวทางการบริหารงานในระยะต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับการดูแลสมาชิก สร้างระบบนิเวศข้อมูลการเงิน (Financial Data Ecosystem) เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตรที่สำคัญ อาทิ กระทรวงการคลัง บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) กองทุoเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อนำข้อมูลมาสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินและความต้องการของสมาชิกแต่ละกลุ่ม สู่การออกแบบบริการและคำแนะนำที่ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กบข. ยังมีแนวคิดผลักดันการปรับปรุงกฎหมายขยายสิทธิ์ทางเลือกการบริหารเงินเพื่อวัยเกษียณ (ออมต่อ) สำหรับอดีตสมาชิก และข้าราชการบำนาญ สามารถนำส่งเงินเข้ามาออมกับ กบข. ได้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวและลดความเสี่ยงจากภัยมิจฉาชีพทางการเงิน

สำหรับด้านการลงทุน จากสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและผันผวนมากขึ้น ทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงสินทรัพย์ลดลง กบข. จึงจำเป็นต้องศึกษาการพัฒนาแนวทางการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์รูปแบบใหม่ (Total Portfolio Approach: TPA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่เหมาะสมให้แก่สมาชิก โดยปัจจุบัน กบข. ได้เริ่มนำแนวคิด Hybrid TPA มาประยุกต์ใช้แล้ว และจะเดินหน้ายกระดับกระบวนการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกมากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ กบข. จะมุ่งยกระดับบทบาทสู่ผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน (ESG Leadership) ผ่านการขับเคลื่อนแนวทาง Active Ownership และบูรณาการหลัก ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้สมาชิก ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของประเทศ

นอกจากนี้ กบข. จะขับเคลื่อนองค์กรพร้อมก้าวสู่อนาคต (Data & AI Organization) ด้วยการวางฐานข้อมูล พัฒนาคนและสร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยนำ AI มาใช้ในการประมวลผลในงานด้านลงทุน บริการสมาชิก และเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร เพื่อให้ทำงานรวดเร็ว ลดงานซ้ำซ้อนและความผิดพลาด พร้อมทั้งช่วยให้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น

“กบข. จะเป็นมากกว่าผู้บริหารเงินออมเพื่อการเกษียณ แต่จะเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของสมาชิกและประเทศ เราจะขับเคลื่อนองค์กรด้วยความเข้าใจสมาชิก การลงทุนอย่างมืออาชีพ และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกทุกคนมีเส้นทางสู่การเกษียณที่มั่นคง พร้อมทำให้เงินลงทุนของ กบข. เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ” ดร.ศรพล กล่าว

สำหรับผลตอบแทน กบข. ตั้งแต่ต้นปีถึง 16 สิงหาคม 2569 แผนการลงทุนพื้นฐานทั่วไป อยู่ที่ 8.08% แผนการลงทุนตามหลักชะรีอะฮ์ 20.41% แผนหุ้นต่างประเทศ 24.19% แผนหุ้นไทย 34.69% ซึ่งในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงฟองสบู่ AI Semiconductor (กลุ่มหน่วยความจำ) ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย ผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาว กำแพงภาษีการค้าและการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

บางจากฯ รับโล่ “พลังภาคีภูมิอากาศไทย” จากกรมลดโลกร้อน สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมสร้างระบบนิเวศคาร์บอนต่ำในฐานะเครือข่ายพันธม...
27/08/2026

บางจากฯ รับโล่ “พลังภาคีภูมิอากาศไทย” จากกรมลดโลกร้อน สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมสร้างระบบนิเวศคาร์บอนต่ำในฐานะเครือข่ายพันธมิตร

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ “พลังภาคีภูมิอากาศไทย” (DCCE Climate Partner Award) จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส. หรือ กรมลดโลกร้อน) ในฐานะ 1 ใน 12 หน่วยงานที่สนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดย นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับมอบโล่จาก ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในโอกาสวันสถาปนากรมฯ ครบรอบ 3 ปี

นางกลอยตากล่าวว่า “ขอขอบคุณกรม สส. สำหรับรางวัลพลังภาคีภูมิอากาศไทย ที่เป็นกำลังใจให้บางจากฯ และเป็นเครื่องยืนยันถึงพลังของความร่วมมือ เพราะการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำไม่อาจเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง เราจึงไม่เพียงมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท แต่ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และคู่ค้า เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศคาร์บอนต่ำและสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050”

นอกจากการสร้างความตระหนักรู้และการดำเนินงานภายในองค์กร บางจากฯ ยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเสริมศักยภาพเครือข่ายด้านการจัดการคาร์บอน โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ นางกลอยตาได้รับเชิญให้บรรยายเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทบางจากและเส้นทางสู่เป้าหมาย Net Zero ในหลักสูตร Low Carbon and Climate Resilience Empowerment Program สำหรับบุคลากรของกรม สส. ภายใต้โครงการ EMPOWER II ซึ่งดำเนินการร่วมกับ GIZ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เนื้อหาครอบคลุมการกำหนดเป้าหมายและติดตามผล การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การดูดซับคาร์บอนทางธรรมชาติ การพัฒนาธุรกิจคาร์บอนต่ำ การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่าน และการสร้างระบบนิเวศเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050

นอกจากนี้ ในฐานะประธาน Carbon Markets Club นางกลอยตาได้รับเชิญไปบรรยายหัวข้อ “Carbon Markets: From Credits to Business Opportunity” ในหลักสูตร Bangkok Bank Green Transition Academy รุ่นที่ 2 จัดโดยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ให้แก่ผู้บริหารและผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการและกลไกตลาดคาร์บอน กฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้อง คุณภาพและความน่าเชื่อถือของคาร์บอนเครดิต ตลอดจนความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ พร้อมย้ำหลัก “Reduce First” คือการให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยจากการดำเนินงานก่อน และใช้คาร์บอนเครดิตชดเชยเฉพาะส่วนที่ยังไม่สามารถลดได้

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นางกลอยตา พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานบางจากฯ ได้ต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมหลักสูตรพัฒนาศักยภาพนักบริหารจัดการระดับกลางและระดับต้นของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดยรองศาสตราจารย์ ดร.วาริท เจาะจิตต์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เข้าศึกษาดูงาน ณ สำนักงานใหญ่บางจากฯ เพื่อเสริมองค์ความรู้แก่ผู้นำองค์กรและต่อยอดความร่วมมือด้านระบบนิเวศความยั่งยืนและนวัตกรรมของประเทศ สอดคล้องกับความร่วมมือที่บางจากฯ และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ลงนามร่วมกันในโอกาสครบรอบ 5 ปีของ Carbon Markets Club เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา

ล่าสุด บริษัทฯ จัดอบรมหลักสูตรการจัดการก๊าซเรือนกระจกสำหรับคู่ค้ากลุ่มบริษัทบางจาก ครอบคลุมหลักการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก การวิเคราะห์แหล่งการปล่อย และการฝึกปฏิบัติด้วยเครื่องมือประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรที่พัฒนาโดยบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) สะท้อนความมุ่งมั่นของบางจากฯ ในการสร้าง ความเข้าใจในด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก เสริมศักยภาพคู่ค้าและเตรียมความพร้อมต่อข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้นให้แก่คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และเครือข่าย เพื่อร่วมกันลดการปล่อยตลอดห่วงโซ่อุปทานและเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน
ทั้งนี้ นอกจากการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมแล้ว บางจากฯ ยังให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงาน คู่ค้า ชุมชน สังคม ผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาล ด้วยความโปร่งใสและรับผิดชอบ เพื่อสร้างคุณค่าและการเติบโตที่ยั่งยืน

SME D Bank รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “สำเภา-นาวาทอง 2569” องค์กรรัฐโดดเด่นด้านบริการ สะดวก โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นภาคธุร...
26/08/2026

SME D Bank รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “สำเภา-นาวาทอง 2569” องค์กรรัฐโดดเด่นด้านบริการ สะดวก โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไทย

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank รับมอบรางวัล “สำเภา–นาวาทอง” ประจำปี 2569 ประเภท “ระดับกรม” จาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัล จัดโดย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่ SME D Bank ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีความโดดเด่นชัดเจนเป็นรูปธรรม ในด้านกระบวนการการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการนำนวัตกรรมและระบบดิจิทัลมาอำนวยความสะดวกให้แก่ภาคธุรกิจ ตลอดจนพัฒนากระบวนการทำงาน ผ่านการปรับปรุง ระเบียบ คำสั่งที่เป็นอุปสรรค ควบคู่กับผ่อนปรน คุณสมบัติผู้กู้ และหลักประกัน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงบริการด้านการเงิน รวมถึง มีแพลตฟอร์ม DX (dx.smebank.co.th) ช่วยยกระดับพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการครบวงจรในจุดเดียว ทุกที่ ทุกเวลาตลอด 24 ชม. อีกทั้ง มีการบริหารงานอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล สร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจแก่ผู้ประกอบการ นักลงทุน และสังคม ที่สำคัญ พัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวปาฐกถาพิเศษ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้าไทยฯ กล่าวแสดงความยินดี ณ หอประชุมใหญ่ อาคาร 15 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2569

ททท. × TikTok ปลุกพลัง 300 ครีเอเตอร์ เปลี่ยน “คนมาเที่ยว” ให้เป็น “คนชวนเที่ยว” ส่งเสน่ห์ไทยสู่สายตาโลกฐาปนีย์  เกียรติ...
26/08/2026

ททท. × TikTok ปลุกพลัง 300 ครีเอเตอร์ เปลี่ยน “คนมาเที่ยว” ให้เป็น “คนชวนเที่ยว” ส่งเสน่ห์ไทยสู่สายตาโลก

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. ผนึกกำลัง TikTok จัด TikTok LIVE Community Fest 2026 ขับเคลื่อนแนวคิด Creator-Powered Tourism
รวมไลฟ์ครีเอเตอร์กว่า 300 คน จากไทยและนานาประเทศในภูมิภาค SEA และ CCA มาสัมผัสประเทศไทยผ่านประสบการณ์จริง
พาครีเอเตอร์ร่วม Team Rally ณ ย่านถนนทรงวาด เรียนรู้เสน่ห์ของพื้นที่ผ่านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม วิถีริมน้ำ และอาหารท้องถิ่น
ก่อนถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านคอนเทนต์บน TikTok สู่ผู้ติดตามทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทั่วโลก
เปลี่ยนบทบาทจาก “คนที่มาเที่ยว” สู่ “คนชวนเที่ยว” สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเห็น รู้สึก และอยากเดินทางตาม
พร้อมชูเสน่ห์ประเทศไทยในหลากหลายมิติ ทั้งวัฒนธรรม อาหาร แหล่งท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย
กิจกรรมจัดขึ้นภายใต้ธีม “Be Part of the Win” ปิดท้ายด้วยงาน Victory Celebration Gala และการประกาศรางวัลระดับภูมิภาค ณ TRUE ICON HALL, ICONSIAM
ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ ททท. ในการเชื่อมพลังครีเอเตอร์จากโลกดิจิทัล สู่การเดินทางและประสบการณ์จริงในประเทศไทย พร้อมขยายการรับรู้และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก อยากมาเห็นเมืองไทยด้วยตัวเอง

IRPC ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมและเสวนาด้านสิ่งแวดล้อมในนิทรรศการ “YOUNG รักษ์ทะเล : SEA THE CHANGE สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา...
25/08/2026

IRPC ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมและเสวนาด้านสิ่งแวดล้อมในนิทรรศการ “YOUNG รักษ์ทะเล : SEA THE CHANGE สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา” ร่วมขับเคลื่อนพลังอนุรักษ์ทะเลไทย ด้วยนวัตกรรมและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

นางสาวสมฤดี เจริญครองสกุล ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส สำนักกิจการองค์กร บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ร่วมงานนิทรรศการ “YOUNG รักษ์ทะเล : SEA THE CHANGE สร้างโลกทะเลใหม่ ด้วยมือเรา” ณ NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทย

ภายในงาน IRPC ร่วมจัดแสดง ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ ทุ่นลดทอนคลื่น (HDPE Food Grade) แผ่นพลาสติกกันกระแทก (UHMWPE Food Grade) และ 3D Filament จาก PET Recycle สะท้อนแนวทางการเพิ่มมูลค่าและใช้ประโยชน์จากพลาสติกอย่างคุ้มค่าผ่านกระบวนการ Upcycling

พร้อมร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อ “เปิดโหมดพลาสติกกู้โลก : Upcycling for Life” โดยมี นายจักรวาล เพิ่มญาณวรรธนะ ผู้ชำนาญการ แผนกลยุทธ์และความยั่งยืน และนายบัณฑิต วชิร ปราการสกุล เจ้าหน้าที่บริหารการตลาดอาวุโส วิเคราะห์ตลาดและวางแผนธุรกิจปิโตรเคมี เป็นผู้แทน IRPC ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการพลาสติกและการสร้างคุณค่าใหม่จากวัสดุเหลือใช้

นิทรรศการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม – 12 สิงหาคม 2569 โดยมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อจุดประกายให้ทุกภาคส่วนเปลี่ยนจาก “ความตระหนักรู้” สู่ “การลงมือทำ” ร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทะเลไทยอย่างยั่งยืน

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ IRPC ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า พร้อมสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืน และส่งต่อทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ให้แก่คนรุ่นต่อไป

IRPC ผนึกกลุ่ม ปตท. และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชน ขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero      นายเทอดเกียรติ ...
25/08/2026

IRPC ผนึกกลุ่ม ปตท. และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชน ขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero

นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ IRPC ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ระหว่างกลุ่ม ปตท. และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ Synergy Hall อาคารซี ชั้น 6 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ โดยมี ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธี

ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งยกระดับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชน ภายใต้แนวคิด “ปลูกป่า ปลูกคน” ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มศักยภาพการดูดซับคาร์บอน และสนับสนุนการพัฒนาคาร์บอนเครดิตที่มีคุณภาพ การดำเนินงานต่อยอดจากความร่วมมือที่มีมาตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งการฟื้นฟูป่าชุมชน การลดความเสียหายจากไฟป่า การจัดการขยะ และการเสริมศักยภาพชุมชน สะท้อนความมุ่งมั่นของ IRPC ในการขับเคลื่อน ESG เพื่อสร้างคุณค่าร่วมด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน

SME D Bank ปลื้ม! ลูกค้าร่วมลงทุน “PHAT” สยายปีกสู่ตลาดทุน ต่อยอดสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยธนาคารพัฒน...
25/08/2026

SME D Bank ปลื้ม! ลูกค้าร่วมลงทุน “PHAT” สยายปีกสู่ตลาดทุน ต่อยอดสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดย นางสาวกัลยา เฉลิมโชคชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ธนาคาร รวมถึงผู้บริหารบริษัท เอสเอสพีพี แคปิตอลส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการทรัสต์กองทุนย่อยกองที่ 1 ร่วมแสดงความยินดีกับ บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT เนื่องในโอกาสเข้าจดทะเบียนและเปิดซื้อขายหลักทรัพย์เป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมี นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) กล่าวแสดงความยินดี ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569

สำหรับ PHAT ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2560 อยู่ที่ จ.กระบี่ ประกอบธุรกิจสกัดและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ เมล็ดในปาล์ม และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง โดยรับซื้อทะลายปาล์มสดจากเกษตรกรและลานเทคู่ค้าหลายแห่ง ใน จ.กระบี่และพื้นที่ใกล้เคียง โดดเด่นด้านเทคโนโลยี ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีโรงงานตั้งอยู่ใน อ.เขาพนม จ.กระบี่ สามารถรองรับกำลังการผลิตได้กว่า 90 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง โดยลูกค้าหลัก คือ โรงกลั่นน้ำมันในประเทศ และต่างประเทศ

ทั้งนี้ SME D Bank มีส่วนสนับสนุน PHAT จนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จ ผ่านบริการ "ร่วมลงทุน" ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ สามารถยกระดับกิจการและก้าวสู่ตลาดทุนได้อย่างมั่นคง

จากกิจการที่เติบโตของ PHAT มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนเกษตรกรและคู่ค้าในท้องถิ่น พร้อมสร้างโอกาสต่อยอดธุรกิจ พัฒนาศักยภาพ ยกระดับมาตรฐาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเชื่อมโยงการเติบโตไปสู่เกษตรกร แรงงาน คู่ค้า ตลอดจนเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

i-Motor ตอกย้ำผู้นำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทยเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Voice of Belief” ในงาน Big Motor Sale 2026ดึง “ทราย สม...
25/08/2026

i-Motor ตอกย้ำผู้นำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทย
เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Voice of Belief” ในงาน Big Motor Sale 2026
ดึง “ทราย สมุทร” นั่งแท่นแบรด์แอมฯ คนแรก ตั้งเป้าดันยอดขาย 3,000 คัน

บริษัท ไอ-มอเตอร์แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (i-Motor) ผู้ผลิตและพัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทย ชูศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงตลอดระยะเวลามากกว่า 5 ปี พร้อมประกาศก้าวครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่นวัตกรรมพลังงานสะอาด เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Voice of Belief” by i-Motor พร้อมเผยโฉมแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก! “คุณทราย สมุทร” ภายในงาน Big Motor Sale 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
สำหรับแคมเปญนี้มาพร้อมกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า V***r รุ่นลิมิเตด อิดิชัน สีชมพู ผลิตเพียง 100 คันเท่านั้น
โดยตั้งเป้าหมายการขาย 3,000 คัน
นายปรีชา ประเสริฐถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-มอเตอร์แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เผยว่า
“i-Motor มุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อโลก โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสายการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 10 รุ่น ภายใต้แบรนด์ i-Motor ซึ่งได้รับการออกแบบ พัฒนา และประกอบขึ้นในประเทศไทยทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทย 100% โดยอาศัยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้านชิ้นส่วนยานยนต์ยาวนานกว่า 60 ปี
สำหรับแคมเปญ “Voice of Belief” by i-Motor ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้และตระหนักถึงการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนน พร้อมกันนี้ภายในงานยังได้เปิดตัว
คุณทราย สมุทร ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ และ Sustainability Changemaker คนแรก! ที่จะมาร่วมถ่ายทอดแนวคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เปลี่ยนผ่านสู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืน ผ่านการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาด เหตุผลที่ผมอยากร่วมทำโปรเจกต์นี้กับคุณทราย ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนที่มีชื่อเสียง แต่ผมมองเห็นว่าคุณทรายเป็นคนที่มีความเชื่อ และกล้าลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่ง i-Motor เองก็เริ่มต้นจากความเชื่อเดียวกัน เราเชื่อว่าคนไทยสามารถสร้างรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพได้ และ EV จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงการเดินทางในอนาคต
สำหรับแนวคิด “Made of Belief” i-Motor ไม่ใช่เพียงแค่คำโฆษณา แต่คือการที่คนสองฝ่ายซึ่งมีความเชื่อมั่นเหมือนกัน มาจับมือเพื่อเดินทางไปในทิศทางเดียวกัน คำว่า Voice of Belief จึงเป็น เสียงแห่งการเชื่อมั่น กล้าพูดในสิ่งที่เราเชื่อ และที่สำคัญกว่าคือต้องลงมือทำให้เห็นจริง ผมอยากใช้เสียงของ i-Motor ทำให้คนไทยมองรถ EV เป็นมากกว่าแค่การประหยัดค่าน้ำมัน แต่อยากให้เห็นว่าการเลือกยานพาหนะไฟฟ้าคือ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ทุกคนทำได้ด้วยตัวเอง หากเสียงของ i-Motor และคุณทราย ช่วยให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจเรื่องการเดินทาง พลังงาน และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นั่นคือผลลัพธ์และความเปลี่ยนแปลงที่เราอยากเห็นจริง ๆ
สำหรับทิศทางความร่วมมือตลอด 1 ปีเต็มจากนี้ คุณทรายจะไม่ได้ทำหน้าที่แค่เพียงการถ่ายภาพคู่กับผลิตภัณฑ์เพื่อการโปรโมตเท่านั้น แต่นี่คือการเดินทางร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการนำเสนอเทคโนโลยี EV การถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการร่วมกิจกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่เปิดให้คุณทรายเข้ามามีส่วนร่วมในการคิดและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ร่วมกับ i-Motor อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ i-Motor ยังได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Limited Edition รุ่น i-Motor V***r ที่ถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์ของ ทราย สมุทร สำหรับ i-Motor V***r นั้นได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่นเฉพาะตัว สไตล์คลาสสิก ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์แบบดุมล้อ (Hub Motor) กำลังสูง 3,000 วัตต์ ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ขนาด 73.6 V / 45 Ah
ซึ่งจะช่วยให้การส่งกำลังอย่างเต็มประสิทธิภาพและราบรื่นในทุกสภาวะการขับขี่ และยังได้รับการควบคุมด้วย ECU (Electronic Control Unit) ขั้นสูง ซึ่งได้รับการตั้งโปรแกรมมาโดยเฉพาะ เพื่อมอบความสมดุลระหว่าง สมรรถนะการขับขี่ในทุกด้านและประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน อย่างลงตัว และความพิเศษของรถคันนี้คือลาย “วาฬเพชฌฆาต” สื่อถึงการอนุรักษ์และปกป้องระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งเป็นรอยสักเดียวกันกับบริเวณหัวไหล่ของคุณทราย เพราะคุณทรายอยากให้รถคันนี้สะท้อนเรื่องการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม เรียกว่าจากรอยสักบนตัวคุณทราย กลายมาเป็นคาแรกเตอร์เฉพาะ
โดยผลิตเพียง 100 คัน สำหรับแคมเปญนี้เท่านั้น และจะเปิดให้จองเป็นครั้งแรก ภายในงาน พร้อมรับของที่ระลึก
สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และสิทธิพิเศษในการไปร่วมทำกิจกรรมกับคุณทรายอีกด้วย

เชื่อว่าสำหรับแคมเปญนี้ คนจะไม่ได้จดจำเพียงแค่คุณทรายในฐานะ Brand Ambassador ของ i-Motor แต่จะเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมเราถึงเลือกเดินทางร่วมกัน และผมเชื่อมั่นว่าอนาคต EV ของประเทศไทย สามารถเริ่มต้นได้จากศักยภาพของเราเอง” นายปรีชา กล่าวสรุป

แผนการตลาดปี 2026 - 2027: รุก 3 กลยุทธ์หลักเพื่อความยั่งยืน
ภายใน 2 ปี ทางบริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายฐานผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างจริงจัง
โดยผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
1. Expansion of Experience (ขยายช่องทางและประสบการณ์ผู้ใช้): เร่งขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน (i-Motor Service Network) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจในบริการหลังการขาย
และพร้อมเปิดให้ผู้บริโภคได้ทดลองขับขี่จริง โดยมีศูนย์บริการ ไอ- มอเตอร์ (สนง.ใหญ่) เปิดให้บริการ
ทุกวันจันทร์ - วันเสาร์ เวลา 8.00 – 17.00 น. เบอร์โทร 061-018-1173
2. Ecosystem & Lifestyle Marketing: สร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ ทั้งการจับมือกับพันธมิตรด้านสถานที่ตั้งสถานีชาร์จไฟ หรือ i-Charger ของ i-Motor และการรุกตลาดกลุ่มไลฟ์สไตล์ผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อเปลี่ยนมุมมองเรื่องรถไฟฟ้าจากการเป็นเพียง "ทางเลือก" ให้กลายเป็น "ทางหลัก" ของการเดินทาง
3. Product Excellence & B2B Expansion: ต่อยอดฐานการผลิตอันแข็งแกร่งเพื่อพัฒนาไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ตอบโจทย์ทั้งลูกค้ารายย่อย (B2C) และกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ / กลุ่มผู้ให้บริการขนส่ง (B2B) ที่ต้องการปรับเปลี่ยนฟลีตรถสู่นวัตกรรมไร้คาร์บอน

จากความพร้อมด้านเทคโนโลยี สายการผลิตมากกว่า 10 รุ่น และกระแสตอบรับเชิงบวกต่อแคมเปญ "Voice of Belief" by i-Motor ได้ตั้งเป้าหมายการขาย 3,000 คัน ภายในปีนี้ โดยเชื่อมั่นว่าการสร้างการรับรู้ผ่านภาพลักษณ์แบรนด์ที่แข็งแกร่ง ผสานกับคุณภาพสินค้ามาตรฐานอุตสาหกรรมสากล จะช่วยผลักดันให้ i-Motor
ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทยอันดับหนึ่ง ในใจผู้บริโภคอย่างยั่งยืน
สำหรับผู้ที่สนใจนวัตกรรมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาตรฐานสากลโดยฝีมือคนไทย สามารถเยี่ยมชมและสัมผัสทดลองขับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า i-Motor ทั้งรุ่นใหม่และรุ่นยอดนิยม พร้อมเงื่อนไขสุดพิเศษเฉพาะภายในงานนี้ กับดอกเบี้ย 0.44% จาก ไมโครพลัสลิสซิ่ง และสิทธิพิเศษต่าง ๆ มากมาย ได้ที่บูธ i-Motor (บูธ A06 ฮอลล์ 101 -104) ได้ที่งาน
Big Motor Sale 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันนี้ – 30 สิงหาคม 2569 หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์: i-Motor Thailand และโซเชียลมีเดียของ i-Motor

ออมสิน เร่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยฟื้นตัวหลังน้ำลด ประกาศพักหนี้อัตโนมัติ 3 เดือน ไม่คิดดอกเบี้ยพร้อมระดมมาตรการสินเชื่อฉุกเ...
24/08/2026

ออมสิน เร่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยฟื้นตัวหลังน้ำลด ประกาศพักหนี้อัตโนมัติ 3 เดือน ไม่คิดดอกเบี้ย
พร้อมระดมมาตรการสินเชื่อฉุกเฉิน – ฟื้นฟู ช่วยประชาชนและธุรกิจตั้งหลัก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ภาคเหนือ เริ่มคลี่คลายและเข้าสู่ช่วงฟื้นฟู แต่ความเสียหายต่อบ้านเรือน เครื่องมือประกอบอาชีพ และสถานประกอบการยังคงกระทบต่อการดำเนินชีวิตและรายได้ของประชาชน ธนาคารออมสินจึงเร่งออกมาตรการ “พักหนี้อัตโนมัติ ไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน” เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินและให้มีเวลาจัดการค่าใช้จ่ายที่จำเป็น พร้อมฟื้นฟูที่อยู่อาศัย การประกอบอาชีพ และรายได้ในช่วงหลังน้ำลด

มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน โดยดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาพักหนี้ ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องชำระคืนภายหลัง ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย และเมื่อครบกำหนดพักชำระหนี้แล้ว ลูกหนี้จะกลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่ม (ยกเว้นบางประเภทตามเงื่อนไข*) ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยธนาคารจะแจ้งสิทธิ์ผ่าน SMS หรือจดหมายโดยตรง หากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการฯ สามารถติดต่อแจ้งได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ได้ตามปกติ

นอกจากการลดภาระของลูกหนี้เดิมแล้ว ธนาคารยังเตรียมสินเชื่อสำหรับผู้ประสบภัยที่จำเป็นต้องใช้เงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ฟื้นฟูอาชีพ หรือซ่อมแซมทรัพย์สิน สามารถขอ สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นเงินทุนช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงวิกฤต วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 20,000 บาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat rate) = 0.60% ต่อเดือน และผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน ยื่นความประสงค์ได้ที่สาขาธนาคารออมสิน ส่วนผู้ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพหรือบรรเทาค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพมี สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat rate) = 0.50% ต่อเดือน ปลอดชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือนแรก ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 60 เดือน

ธนาคารยังสนับสนุนการฟื้นฟูด้วย สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพหรือปรับปรุงซ่อมแซมเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 300,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย = 15.00% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 7 ปี และ สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ สำหรับซ่อมแซมที่อยู่อาศัย วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 – 24 อัตราดอกเบี้ย = 2.00% ต่อปี ปีที่ 3 = MRR – 3.35% ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.75% ต่อปี พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท

ส่วนภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สามารถยื่นขอสินเชื่อ ออมสิน SMEs Recharge เพื่อปรับปรุง ซ่อมแซม สถานประกอบการ การลงทุนในสินทรัพย์ของกิจการ เช่น อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องจักร ที่ใช้ในการดำเนินกิจการ หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง ให้กู้รายละไม่เกิน 30 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น ปีที่ 1-2 = 2.99% ต่อปี ระยะเวลากู้ไม่เกิน 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี ยื่นคำขอสินเชื่อธุรกิจภายในวันที่ 30 กันยายน 2569

ทั้งนี้ ธนาคารพิจารณาให้สินเชื่อตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระคืน ผู้ที่สนใจโปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคาร www.gsb.or.th หรือสอบถามที่ GSB Contact Center โทร.1115

ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่น้ำยังท่วมสูง ธนาคารออมสินได้เร่งลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อส่งมอบ “ถุงออมสินห่วงใย” รวมกว่า 1,500 ชุด ประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้ผู้ประสบภัยใช้ประทังชีวิตและบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาดหลังน้ำลด ธนาคารออมสินขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยก้าวผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้โดยเร็ววัน และพร้อมเคียงข้างประชาชนในการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังในทุกสถานการณ์ ตามจุดยืน “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต”

*หมายเหตุ : มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ โดยสินเชื่อ Soft loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

ที่อยู่

898/37 Eco Space เกษตร-นวมินทร์
Bangkok
10510

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:30
อังคาร 09:00 - 17:30
พุธ 09:00 - 17:30
พฤหัสบดี 09:00 - 17:30
ศุกร์ 09:00 - 17:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Green Life Plusผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Green Life Plus:

ทางลัด

แชร์

ประเภท