02/05/2026
90% ของนักลงทุนมือใหม่ พลาดตั้งแต่วันแรก
อยากมีเงินใช้วันหน้า ต้องเริ่มบริหารเงินตั้งแต่วันนี้
รวม 5 บทเรียนการเงินที่คนส่วนใหญ่รู้ช้า โดยคุณพอล และคุณเผ่า
90% ของนักลงทุนมือใหม่ พลาดตั้งแต่วันแรก
เพราะปัญหาไม่ใช่จะซื้ออะไร แต่คือเริ่มยังไง หลายคนคิดว่าโลกการลงทุนเป็นเรื่องของการหาว่าหุ้นตัวไหนดี หรือ ตอนนี้ควรซื้ออะไร แต่ในความเป็นจริง คนจำนวนมากแพ้เกมนี้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มอย่างถูกวิธี เพราะสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดของนักลงทุนมือใหม่ ไม่ใช่การเลือกสินทรัพย์ผิด แต่คือ “การไม่มีเป้าหมาย ไม่มีแผน และไม่มีวินัยมากพอจะอยู่กับการลงทุนในระยะยาว”
ในวันที่ทุกคนอยากมีอิสรภาพทางการเงิน, อยากเกษียณแบบไม่ลำบาก, อยากมีชีวิตที่เลือกได้มากขึ้น คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ ซื้ออะไรดี แต่อาจเป็น “เรากำลังลงทุนเพื่อชีวิตแบบไหนกันแน่” อยากชวนทุกคนมาตกผลึกทางความคิดกับ 5 บทเรียนการเงินที่คนส่วนใหญ่รู้ช้า จนพลาดตั้งแต่เริ่มลงทุน โดยคุณพอล - ภัทรพล ศิลปาจารย์ และ คุณเผ่า - ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
1. 90%ของนักลงทุนมือใหม่ ผิดพลาดตั้งแต่วันแรก เกมการเงินเป็นเกมที่ทุกคนต้องเล่น แม้จะไม่อยากเล่น
[มุมมองจากคุณพอล]
🔹 ทุกคนเล่นเกมการเงินเหมือนกัน ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ ชีวิตคนเรา เราเกิดและตายเหมือนกัน แต่ในช่วงที่เรามีชีวิตอยู่ เราจะเล่นเกมส์การเงิน หรือการลงทุนนี้ยังไงให้ชนะ ลองคิดดูว่า ถ้าเราเกษียณตอนอายุ 60 แล้วเราจะมีอายุอยู่ถึง 90 ในช่วงเวลา 30 ปีที่เหลือนั้น เราอยากมีเงินใช้จ่ายเดือนละ 25,000 บาท นั่นแปลว่าคุณต้องมี 9 ล้านบาท เตรียมไว้เลย ซึ่งมันไม่ง่ายสำหรับคนไทยทุกวันนี้ที่จะมีได้ขนาดนั้น คนที่ชนะในเกมส์การลงทุนนี้เลยมีน้อย
[มุมมองจากคุณเผ่า]
🔸 คนส่วนใหญ่ไม่อยากพูดถึงเรื่องเงินๆทองๆ ไม่อยากยอมรับ ว่าเรามีปัญหาอะไร ยังไง ตรงไหน พอเป็นเรื่องการเงิน เราไม่อยากโชว์เบื้องหลังที่มันไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่
🔸 ทุกคนรู้ว่าเราต้องเก็บออมก่อนใช้จ่าย เรารู้ว่าต้องสร้างทรัพย์สินให้มากกว่าหนี้สิน เรารู้ว่าเราต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องในระยะเวลานาน แต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่เคยเรียนรู้ที่จะทำมันให้ได้ อย่างแรกเลย เราเลยต้องมีความรู้ก่อน เมื่อมีความรู้เราถึงไปวางแผน ไปวางแผนแล้วก็ต้องมีวินัยทำให้ได้ จริงๆ มันเป็นเรื่องที่ทุกคนทำเองได้หมดเลยนะ แต่น้อยคนจะทำได้
2. มือใหม่ หรือคนที่กำลังจะเริ่มลงทุน เมื่อมีเงินเข้ามาเราควรจัดการอย่างไร
[มุมมองจากคุณพอล]
🔹 ตั้งเป้าหมายก่อนว่า เราอยากเกษียณตอนไหน แล้วตอนนั้นเราต้องมีเงินเท่าไหร่ จากนั้นคำนวนมาว่าแล้วทุกวันนี้ หรือตอนนี้เราต้องลงทุนเท่าไหร่ต่อเดือน ต้องได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ เพื่อให้ไปถึงเป้านั้น
🔹 ทุกวันนี้หลายคนลงทุนโดยไม่ได้วางเป้าหมายที่เหมาะกับตัวเอง แต่ไปลงทุนเพราะชอบในสินทรัพย์ตัวนั้น เช่น ชอบทอง ก็จะลงทุนแต่ตัวนี้ เพราะชอบทอง แต่ไม่ได้ดูที่ผลตอบแทน หรือเป้าหมายในระยะยาวว่าตัวเองอยากได้อะไรกันแน่ หรืออยากมีชีวิตแบบไหน แนะนำว่าอย่าเลือกแค่จากสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่ให้เริ่มที่ความต้องการของเราเองจริงๆ ว่าเราอยากได้อะไร ได้เท่าไหร่ ได้ตอนไหนมากกว่า เหมือนไปเที่ยว เรายังต้องปักหมุด มีจุดหมายปลายทางไว้ก่อนเลย จากนั้นเราถึงมาเลือกว่าจะเดินทางไปถึงตรงนั้นด้วยรถ เครื่องบิน หรือจะไปด้วยวิธีไหน
🔹 Charlie Monger เคยบอกว่า คนส่วนใหญ่ชอบคิดว่าอยากรวยให้เร็วที่สุดต้องทำยังไง ซึ่งมันไม่ผิดนะ แต่เค้าบอกว่า ให้เราเปลี่ยนคำถามใหม่เป็น ถ้าอยากรวยแน่ ๆ มั่งคั่งชัวร์ ๆ ในอนาคตต้องทำยังไงมากกว่า
[มุมมองจากคุณเผ่า]
🔸 กลุ่มคนชนชั้นกลางทั่วไป มีรายได้ มีชีวิตที่พออยู่พอกินแล้วประมาณนึง แต่พอคุณไม่มีความรู้ทางการเงิน คุณไม่มีการวางแผน พอคุณมีเงิน คุณก็จะอยาก upgrade lifestyle ตัวเอง เช่น ไปซื้อบ้าน, ซื้อรถ, ก่อหนี้, พอมีรายได้เข้ามาปุ๊ป คราวนี้คุณก็หมดไปกับการจ่ายหนี้ ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เพื่อให้มี lifestyle อย่างที่คุณต้องการ
🔸 ส่วนคนที่มั่งคั่งที่สุด คือคนที่วางแผนมาอย่างดีตั้งแต่ต้น เช่น ยังไม่คิดสร้างหนี้ แต่ได้เงินมาคือเก็บออมก่อน เอาเงินกับเวลาที่มีไปลงทุนหาความรู้ ไปหาเงิน หารายได้เพิ่มเพื่อสร้างทรัพย์สินเก็บออมก่อน จนถึงจุดที่เริ่มมีรายได้มากกว่ารายจ่าย แล้วก็เอาเงินส่วนนี้ไปลงทุนต่อยอด
🔸 พอได้เงินมา แบ่งสัดส่วนให้ถูก อันไหนเงินออม เงินฉุกเฉิน เงินไปเที่ยว หรือเงินลงทุน พอคุณมีเงินเย็นสำหรับลงทุนโดยเฉพาะ คุณจะไม่เครียดไปตามตลาดที่มันมีขึ้นมีลง
🔸 เบื้องต้น คุณลง DCA ทุกเดือน เดือนละ 3,000 บาท พอปีถัดไปคุณก็เริ่มใส่เพิ่มอีกปีละ 10% ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ 30 ปี ตั้งใจลงทุนไปเรื่อย ๆ ทีละเล็กละน้อย คุณมั่งคั่งแน่นอน
3. ทุกวันนี้เรามีแพลตฟอร์มการลงทุน มีสินทรัพย์การลงทุนมากมาย เราจะกระจายความเสี่ยงอย่างไร
[มุมมองจากคุณพอล]
🔹 พอเรามีเป้าหมายแล้ว เราค่อยมาจัดพอร์ตของเรา ซึ่งขึ้นอยู่กับความรู้เราด้วยว่าเรารู้ หรือถนัดตัวไหน ถ้าเป็น Buffet เค้าไปหุ้น 100% แต่เราต้องกระจายบ้าง เพราะเมื่อเวลาผ่านไป แต่ละตัว มันต้องมีดี มีแย่สลับกันไปอยู่แล้ว มันไม่มีอันไหนดีตลอด หรือแย่ตลอด มันจะได้เฉลี่ย ๆ กันไป
🔹 แต่ที่สำคัญคือเราต้องมีความรู้ ลงทุนในสิ่งที่เรารู้เท่านั้น ถ้าเราไม่รู้ เงินจะไหลไปหาคนที่รู้มากกว่าเราเสมอ การลงทุนมันคือ เราต้องมีทั้งเงิน ความรู้ และประสบการณ์ เงินของเราเราต้องรู้ว่าต้องลงทุนยังไง ไม่งั้นเราจะลำบากในระยะยาว
[มุมมองจากคุณเผ่า]
🔸 เราเก็บออมแล้ว ทำรายรับรายจ่ายแล้ว เราต้องสร้างระบบการลงทุนของตัวเอง โดยดูปัจจัย 3 ด้าน
Risk / Return / Balance
🔸 คนส่วนมากมองแค่ต้องเอาตัวที่ return สูง แต่ไม่มองเรื่อง Risk เลย เราเลยหลงไปกับ scammer มาบอกว่าได้ผลตอบแทนเท่านั้นเท่านี้ เราก็เชื่อ ทั้งที่จริง ๆ เราต้องตอบได้ว่า แต่ละตัวที่เราลงทุนไป มันเป็นยังไง ผลตอบแทนเท่าไหร่ ความเสี่ยงเป็นยังไง แล้วต้อง Re Balance เมื่อไหร่ บางคนเห็น asset บางตัวทรงดี กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ถึงขั้นไปขายบ้าน ขายรถ เอาเงินมาลงทุน พอวันนึงมันร่วงขึ้นมา เราแย่เลยนะ
🔸 หลักการ Core & Satellite port
Core 80% คือการกระจายความเสี่ยงในระยะยาว เฉลี่ยผลกำไร 8% ต่อปี กระจายระยะยาว 8% ต่อปี Platfrom Jitta เราจะมีบอกว่าต้องลงทุนอะไรเท่าไหร่ สัดส่วนควรเป็นอย่างไร
Satellite port 20% คือการลงหุ้นรายตัวหรือจะเป็นอสังหา บิทคอย แต่กลุ่มนี้ ถ้าเราเพิ่งเริ่ม ความรู้เรายังไม่เยอะ อย่าเพิ่งเล่นหนักกับตัวนี้ ถ้าความรู้ไม่เยอะ อย่าเพิ่งเล่นหนักกับตัวนี้
จากประวัติศาสตร์ หรือระยะเวลาในอดีตที่มันผ่านมา ผ่านสงครามมาหลายรอบ หลายยุค การลง DCA เรื่อยๆ ก็อยู่ได้ แต่เราต้องใช้ความรู้ ใช้วินัย และใช้พลังใจ ต่อให้เป็นช่วงหุ้นตก เราต้องสู้กับมันได้ เงินที่ลงทุนเลยต้องเป็นเงินเย็น ไม่งั้นบางคนไปกู้เงินมาลงทุน พอเจอความผันผวน เราจะเครียด
🔸 ศัตรูกับการลงทุนคืออารมณ์ หรือความ Emotional เช่น
เราไปตื่นเต้นกับการขึ้นลงของหุ้น หรือการผันผวนของตลาด เราเลยไปซื้อเข้าขายออก เราไม่นิ่งพอทั้งที่จริงๆ คุณถือยาวๆไปเลย 10 ปีก็ได้ แต่มีคนเป็นส่วนน้อยเท่านั้นจริงๆ ที่จะถือยาวๆ ทำแบบนี้ได้
ตลาดการลงทุน ไม่เหมือนกีฬา ไม่เหมือนมวย ที่มีการแบ่งผู้เล่นตามน้ำหนัก หรือประสบการณ์ ในสนามการลงทุน ต่อให้เราหน้าใหม่ เข้าไปเป็นผู้เล่นในวันแรก ก้เท่ากับเราไปเล่นกับคนเก่งๆที่อยู่ในสนามนี้มาแล้วเป็นสิบปี เพราะฉะนั้นเราต้องจัดการตัวเอง ควบคุม emotional ตัวเองให้ดี ควบคุมความเสี่ยงชองตัวเองให้ได้
Layer แรกที่อยากแนะนำให้ทำ คือ survival money เก็บออม ล้างหนี้ให้หมด อย่าเพิ่งลงทุนอะไรมาก สร้างเงินสดให้มากพอก่อน ถัดมาเริ่มเป็น Real money คือพอเรามีเงินมากพอที่จะเอาไปลงทุน แล้วให้เงินส่วนนี้มันทำงานแทนเรา
4. คำถามจากนักลงทุนหน้าใหม่ที่เจอบ่อยสุดจากคุณพอล และคุณเผ่า
👉 ซื้อหุ้นตัวไหนดี คือทุกคนต้องการปลายทาง แต่ไม่ต้องการระหว่างทาง เราตอบไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าแนะนำตัวที่เราถืออยู่มาเป็น 10 ปี แต่วันนี้พรุ่งนี้ ผมอาจจะตัดสินใจขายทิ้งเลยก็ได้ เลยมองว่าของแบบนี้มันซื้อตามกัน หรือก๊อปปี้กันไม่ได้ ถ้าจะ copy มองว่าให้เลียนแบบ วิธีคิด หรือ Mindset ของนักลงทุนเก่งๆดีกว่า
👉 ส่วนตัวเชื่อว่า เราต้องหาความรู้ ต้องทำให้ตัวเองวันนี้ดีกว่า หรือเก่งกว่าเมื่อวาน ถ้าเราทำแบบนี้ทุกวัน ผ่านไปปีนึง เราก็เก่งกว่าเดิมสามเท่าแล้ว อย่าลืมว่า เราเล่นในสนามเดียวกันกับคนที่เก่งมากๆ แล้วเราไปหยุดความเก่งของเค้าก็ไม่ได้ด้วย วิธีเดียว ที่เราจะชนะเกมส์นี้ได้ คือตัวเราก็ต้องเก่งให้ได้มากที่สุด
5. ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่สามารถเกษียณได้ตามแผนของตัวเองที่วางไว้ เช่น อยากเกษียณตอนอายุเท่านั้นเท่านี้
[มุมมองจากคุณพอล]
🔹 ความตระหนักรู้คนเราไม่เท่ากัน เราไม่รู้ว่าเราต้องทำงานหนักตอนไหน ตอนไหนต้องรีบเก็บรีบโกย หรือตอนไหนควรผ่อนได้ พอความตระหนักรู้ และความสามารถในการมองอนาคตคนเราไม่เท่ากัน เราก็เลยขวนขวายไม่เท่ากัน สิ่งที่ตามมาคือความสามารถในการหาเงิน และความสามารถในการลงทุนก็ไม่เท่ากันไปด้วย
🔹 แต่ถ้าตอนนี้คุณสละเวลาวันละ 2-3 ชั่วโมง มาเรียนรู้เรื่องพวกนี้สะสมไปเรื่อยๆ วันนึงที่คุณมีความสามารถในการหารายได้มากขึ้น เอาเงินนั้นไปลงทุนต่อยอด ชีวิตคุณจะมีทางเลือกมากขึ้นโดยที่ไม่ไปเดือดร้อนคนอื่น หรือเดือดร้อนสังคม วันนึงพ่อแม่คุณไม่สบายขึ้นมา คุณก็มีทางเลือกที่จะพาท่านเข้าโรงพยาบาลไหนก็ได้ หรือถ้าคุณมีลูก คุณก็เลือกโรงเรียนดี ๆ ให้ลูกคุณได้
🔹 การดูแลรักษาสุขภาพให้ดี มันเป็นหน้าที่ของแต่ละคนที่ต้องดูแลตัวเอง การเงิน การลงทุนก็เหมือนกันที่เราต้องรับผิดชอบตัวเอง และคนในครอบครัว เพื่อให้เรามีทางเลือก มี option ที่มากขึ้น
[มุมมองจากคุณเผ่า]
🔸 คนเพิ่งเริ่มทีหลัง หรือเพิ่งเริ่มวันนี้ก็มีข้อได้เปรียบ มีตัวช่วย ทุกวันนี้เรามี AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ช่วยดูการจัดพอร์ต
🔸 การหาข้อมูล หาความรู้ก็ง่ายขึ้นมาก ทุกวันนี้มี AI ช่วยสรุป มีคนทำ podcast, ทำ YouTube สรุปไว้เยอะมาก เปิดฟังตอนไหนก็ได้ อาบน้ำไปก็เปิดฟังไปด้วยยังได้ แต่ที่สำคัญกว่าคือ คุณรู้แล้วคุณมีวินัยมากพอที่จะทำได้ต่อเนื่องจริงมั้ย
🔸 เรื่องการเงิน การลงทุน มันเหมือนวิ่งมาราธอนที่เราต้องทำต่อเนื่อง บางคนทำไป ห้าปีสิบปี เลิก เราเลยต้องหาสมดุลให้ตัวเอง ว่าจริง ๆ แล้วเราต้องหาเท่าไหร่ เราจะมี lifestyle แบบไหน โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย
🔸 Jitta wealth เราเอาเทคโนโลยีมาช่วยในเรื่อง วินัยการออม, ช่วยเรื่องการลงทุน กระจายความเสี่ยงให้ และช่วยในเรื่องปกป้อง นั่นคือประกัน เราจ่ายเงินซื้ออะไรก็ตาม สมมุติมูลค่าของ 80 บาท เราจะตัด 100 ไปเลย เพื่อเอาส่วนต่างนั้นไปลงทุน แต่ละเดือนเรามีลงทุน auto ให้ เอาไปลง core port ก่อน เป็น asset allocation กระจายความเสี่ยงทั่วโลก
🔸 ระหว่างลงทุน เรามีประกันคุ้มครองให้ไปด้วย ถ้าพลาดระหว่างทาง อย่างน้อยมีประกันเป็นหลักประกันให้คนข้างหลังได้ แนะนำว่าถ้าไม่มีความรู้ให้ไปหาเพิ่ม ถ้าไม่มีวินัย ใช้เทคโนโลยีมาช่วยได้ ที่เหลือคือเรื่องของระยะเวลา การลงทุนมันคือหน้าที่ ที่เราต้องรู้ว่าตอนนั้นเราเล่นเกมส์อะไรอยู่
Session: คนทำงาน จัดการเงินอย่างไรดี?
โดย คุณภัทรพล ศิลปาจารย์, เจ้าของกิจการส่วนตัว, นักลงทุน, ที่ปรึกษาทางการเงิน, นักเขียน Bestseller และ คุณตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO บลจ. จิตตะ เวลธ์ จำกัด
สำหรับใครที่อยากรับฟังแบบจัดเต็มทุก Session
สามารถรับชมย้อนหลัง ในรูปแบบออนไลน์ทุกเซสชัน
ได้ตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. - 31 ต.ค. 2026
ที่ https://creativetalkonline.com
หรือถ้าใครยังไม่มีบัตร สามารถซื้อบัตรดูย้อนหลังได้ที่
👉 https://www.zipeventapp.com/e/PPC2026
#การเงิน #ลงทุน