บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด รัฐวิสาหกิจในความควบคุมของกองทัพเรือ

บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด รัฐวิสาหกิจในความควบคุมของกองทัพเรือ The provision of ship repairing service

บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด เดิมชื่อ “บริษัท บางกอกด๊อก จำกัด” ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2408 โดยกัปตัน จอห์น บุซ นักลงทุนชาวอังกฤษ ต่อมาในปี พ.ศ. 2484 ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้พื้นที่บริเวณอู่และพื้นที่ใกล้เคียงถูกระเบิดทำลายเสียหายรวมทั้งกองทหารญี่ปุ่นได้เข้าและควบคุมกิจการจนกระทั่งสงครามยุติลง ทางกองทัพเรือไทยเห็นว่าน่าจะใช้ประโยชน์จากอู่แห่งนี้ได้ จึงได้เข้าซื้อหุ้นจากชาวอังกฤษจำนวนหนึ่งพร้อมกับเข้าร่วมการดำเนินกิจการตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
จากนั้นในปี พ.ศ.2500 กองทัพเรือได้ซื้อหุ้นทั้งหมดและได้ทำการเปลี่ยนชื่อของบริษัทใหม่จาก บริษัท บางกอกด๊อก จำกัด เป็นบริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด รวมทั้งเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษว่า Bangkok Dock Co.,Ltd เป็น The Bangkok Dock Company (1957) Limited เมื่อ 15 พ.ย. 2500 และดำเนินกิจการเรื่อยมา
ในปี พ.ศ. 2524 คณะรัฐมนตรีมีมติให้กองทัพเรือโอนหุ้นของบริษัททั้งหมดให้อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงการคลัง โดยกระทรวงการคลังได้รับมอบอำนาจในการควบคุมนโยบายและการบริหารงานโดยให้กองทัพเรือเป็นผู้ดำเนินการตามคำสั่งรัฐบาลต่อไป
และในปี พ.ศ. 2526 คณะรัฐมนตรีมีมติให้บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด เป็นรัฐวิสาหกิจตามนโยบายพิเศษของรัฐอยู่ในความควบคุมของกองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม

28/07/2026
13/07/2026

⚓ 13 กรกฎาคม รำลึกวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 น้อมสดุดีวีรชนผู้พิทักษ์เอกราชไทย และจุดเริ่มต้นการพัฒนากองทัพเรือไทย 🇹🇭

วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 เป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2436 ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะนั้นชาติมหาอำนาจตะวันตกต่างขยายอิทธิพลเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยฝรั่งเศสซึ่งมีอาณานิคมอยู่ในญวน เขมร และลาว ได้กดดันสยามจากข้อพิพาทเรื่องเขตแดนบริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง

วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2436 เรือรบฝรั่งเศส 2 ลำ ได้แก่ เรือสลุปแองคองสตังค์ และ เรือปืนโกแมต ได้ฝ่าแนวป้องกันบริเวณสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่น่านน้ำไทย แม้ฝ่ายไทยจะใช้กำลังจากป้อมพระจุลจอมเกล้าและเรือรบไทยเข้าต้านทานอย่างเต็มกำลัง แต่เรือรบฝรั่งเศสสามารถฝ่าแนวป้องกันเข้าสู่กรุงเทพมหานครได้ ส่งผลให้เรือรบไทยได้รับความเสียหายหลายลำ และเหตุการณ์ครั้งนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ

ภายหลังการสู้รบ ไทยจำต้องยุติข้อพิพาทกับฝรั่งเศสด้วยการยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง รวมถึงดินแดนและเกาะแก่งบางส่วน เพื่อรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไว้ ท่ามกลางแรงกดดันจากมหาอำนาจในยุคนั้น

บทเรียนจากวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงความสำคัญของการเสริมสร้างกำลังป้องกันประเทศ โดยเฉพาะด้านการทหารเรือ จึงทรงวางรากฐานการพัฒนากองทัพเรือไทยให้มีความทันสมัย ทั้งการจัดหาเรือรบ การพัฒนายุทโธปกรณ์ การส่งนายทหารไปศึกษาวิชาทหารในต่างประเทศ และการพัฒนากำลังพลไทยให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยตนเอง จนเป็นรากฐานสำคัญของกองทัพเรือไทยในปัจจุบัน

วันที่ 13 กรกฎาคมของทุกปี จึงเป็นวันแห่งการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนความกล้าหาญและความเสียสละของวีรชนไทยผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ เพื่อให้คนไทยได้ตระหนักถึงคุณค่าของเอกราชและร่วมสืบสานปณิธานในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติสืบไป

#ป้อมพระจุลฯ
#กองทัพเรือ
#วิกฤตการณ์รศ112

👉บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด ออกบูธงานTHAILAND Defence Industry Exhibition 2026 (THAIDEF-EX 2026) หรือ “นิทรรศการอุตสาหกรรมป...
08/07/2026

👉บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด ออกบูธงานTHAILAND Defence Industry Exhibition 2026 (THAIDEF-EX 2026) หรือ “นิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569” โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน อย่างเป็นทางการ
🗓 ระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2569
📍 ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (พื้นที่ศรีสมาน)

08/07/2026
08/07/2026

“กระทรวงกลาโหม” เปิดเวที THAIDEF-EX 2026 ครั้งแรกของไทย ผนึกภาครัฐ-เอกชน-นักวิจัย สร้างพลังอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เตรียมจัดพิธีเปิด “การจัดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569” THAILAND Defence Industry Exhibition 2026 : THAIDEF-EX 2026 ในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (พื้นที่ศรีสมาน) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนผู้ประกอบการและเครือข่ายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

การจัดงาน THAIDEF-EX 2026 นับเป็นการจัดนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “Power of Self Reliance : พลังแห่งการพึ่งพาตนเอง” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านการส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมภายในประเทศ การสนับสนุนการวิจัยและ พัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อยกระดับ ขีดความสามารถของไทยให้ก้าวสู่การพึ่งพาตนเองอย่างเป็นรูปธรรม

การจัดงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแสดงศักยภาพด้านความมั่นคงของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย นักวิจัย และผู้พัฒนาเทคโนโลยี ได้มีพื้นที่ในการต่อยอดองค์ความรู้สู่การผลิตจริง สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการจ้างงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับสากล

ภายในงาน ระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2569 จะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและผลงานวิจัยของไทยที่มีศักยภาพต่อยอดสู่การผลิตจริง ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การปาฐกถาพิเศษ การเสวนาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ การสาธิตเทคโนโลยีและนวัตกรรม การจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) ตลอดจนกิจกรรมเฉพาะด้านเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเชื่อมั่นว่า THAIDEF-EX 2026 จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการรวมพลังทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมสร้างสมดุลระหว่างมิติความมั่นคง เทคโนโลยี และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ อันจะนำไปสู่เป้าหมายการพึ่งพาตนเอง และการรักษาผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว

#กระทรวงกลาโหม #สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

https://www.facebook.com/share/p/1Grkruf6q7/
29/06/2026

https://www.facebook.com/share/p/1Grkruf6q7/

๒๙ มิถุนายน “วันบริพัตร”
น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ “องค์บิดาแห่งการวางรากฐานกองทัพเรือสมัยใหม่”

วันที่ ๒๙ มิถุนายนของทุกปี กองทัพเรือกำหนดให้เป็น “วันบริพัตร” เพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของ จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ผู้ทรงมีพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล และทรงอุทิศพระองค์ในการพัฒนากิจการทหารเรือไทย จนวางรากฐานความมั่นคงและความเจริญของกองทัพเรือสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

พระองค์ประสูติเมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๒๔ ในพระบรมมหาราชวัง ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงเข้ารับราชการในกองทัพเรือตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๔๖ ก่อนจะทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือและเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ รวมระยะเวลาประมาณ ๑๗ ปี ซึ่งนับเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของตำแหน่งดังกล่าว

ตลอดระยะเวลาที่ทรงปฏิบัติราชการ พระองค์ทรงริเริ่มและพัฒนากิจการทหารเรือในทุกมิติ ทั้งการปรับปรุงโครงสร้างการบังคับบัญชา การจัดระเบียบราชการ การพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนนายเรือ การเสริมสร้างแสนยานุภาพทางเรือ การขยายอู่หลวง การจัดตั้งกองดุริยางค์ทหารเรือ การวางรากฐานงานอุทกศาสตร์ การพัฒนาการแพทย์ทหารเรือ การกำหนดแบบธรรมเนียม เครื่องแบบ ระเบียบพิธี และแบบแผนสำคัญของราชนาวี ตลอดจนทรงกำหนดรูปแบบริ้วกระบวนเรือพระราชพิธีที่ยังคงสืบทอดเป็นมรดกอันทรงคุณค่าของชาติ

ด้วยพระปรีชาสามารถ วิสัยทัศน์ และพระวิริยะอุตสาหะในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ส่งผลให้กองทัพเรือมีความเข้มแข็ง มีมาตรฐาน และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นรากฐานสำคัญของกองทัพเรือไทยในปัจจุบัน

เนื่องใน วันบริพัตร กองทัพเรือขอน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และสำนึกในพระเกียรติคุณของพระองค์ ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความมั่นคงของราชนาวีไทย อันเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละ วิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่นในการรับใช้ชาติ ตราบจนทุกวันนี้

#วันบริพัตร
#กองทัพเรือ

ที่อยู่

174/1 New Road, Yannawa, Sathorn
Bangkok
10120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 09:00 - 16:30
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66 2 211 3040

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด รัฐวิสาหกิจในความควบคุมของกองทัพเรือผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์