Home Economics SDU

Home Economics SDU หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าอบรม Online หลักสูตรโรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต หัวข้อ "ต้ม-แกง แสนอร่อย" พบกันในวั...
18/05/2026

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าอบรม Online หลักสูตรโรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต หัวข้อ "ต้ม-แกง แสนอร่อย" พบกันในวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 -18.00 น. ผ่าน MS Teams เริ่มเปิดห้องเวลา 16.30 น.
ทั้งนี้ โรงเรียนการเรือน จะจัดส่ง Link ที่ใช้เข้าอบรมไปทาง E-mail ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้...ในกรณีที่ท่านไม่ได้รับ E-mail ให้ติดต่อมาที่ Inbox เพจ
ท่านสามารถติดตามข่าวสารการจัดอบรมและสอบถามข้อมูลได้ที่
FB : https://www.facebook.com/SchoolofCulinaryArtsSDU
Tel : 02-423-9449-50

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569  จัดทำโดย หลักสูตรศิลปศ...
18/05/2026

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ วิทยาเขตสุพรรณบุรี
หัวข้อ "ช่อม่วง" วิจิตรศิลป์แห่งรสชาติ มรดกอาหารว่างแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ช่อม่วง เกิดขึ้นในสมัยรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) โดยเป็นหนึ่งในเมนูอาหารหวาน 16 ชนิด ที่ถูกกล่าวถึงในวรรณคดีชิ้นเอกอย่าง พระราชนิพนธ์ "กาพย์แห่ชมเครื่องคาวหวาน" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอาหารชาววังที่มีความวิจิตรงดงาม
ขั้นตอนการทำ
เป็นเมนูที่มีขั้นตอนในการทำที่ค่อนข้างยุ่งยากและซับซ้อน ต้องเริ่มตั้งแต่การผัดไส้ การเตรียมแป้งสำหรับห่อ ไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่ต้องใช้ฝีมือในการปั้นและจับจีบทีละกลีบ
ลักษณะเด่นและส่วนผสม
รูปลักษณ์และสีสัน ตัวขนมโดดเด่นด้วยการผสมแป้งให้นุ่มนวลและมีสีม่วงที่สกัดได้จากดอกอัญชัน จากนั้นนำมาปั้นและจับจีบอย่างประณีตให้เป็นรูปลักษณะกลีบดอกไม้ ไส้ของช่อม่วงมีส่วนประกอบของรากผักชี กระเทียม และพริกไทย ผัดรวมเข้ากับเนื้อสัตว์ต่างๆ ทำให้มีรสชาติที่เข้มข้นและกลมกล่อมตามแบบฉบับอาหารไทย

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ วิทยาเขตสุพรรณบุรี

หัวข้อ "ช่อม่วง" วิจิตรศิลป์แห่งรสชาติ มรดกอาหารว่างแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ช่อม่วง เกิดขึ้นในสมัยรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) โดยเป็นหนึ่งในเมนูอาหารหวาน 16 ชนิด ที่ถูกกล่าวถึงในวรรณคดีชิ้นเอกอย่าง พระราชนิพนธ์ "กาพย์แห่ชมเครื่องคาวหวาน" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอาหารชาววังที่มีความวิจิตรงดงาม

ขั้นตอนการทำ
เป็นเมนูที่มีขั้นตอนในการทำที่ค่อนข้างยุ่งยากและซับซ้อน ต้องเริ่มตั้งแต่การผัดไส้ การเตรียมแป้งสำหรับห่อ ไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่ต้องใช้ฝีมือในการปั้นและจับจีบทีละกลีบ

ลักษณะเด่นและส่วนผสม
รูปลักษณ์และสีสัน ตัวขนมโดดเด่นด้วยการผสมแป้งให้นุ่มนวลและมีสีม่วงที่สกัดได้จากดอกอัญชัน จากนั้นนำมาปั้นและจับจีบอย่างประณีตให้เป็นรูปลักษณะกลีบดอกไม้ ไส้ของช่อม่วงมีส่วนประกอบของรากผักชี กระเทียม และพริกไทย ผัดรวมเข้ากับเนื้อสัตว์ต่างๆ ทำให้มีรสชาติที่เข้มข้นและกลมกล่อมตามแบบฉบับอาหารไทย

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศ...
18/05/2026

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ
หัวข้อ ขั้นตอนการทำงานวิจัย RESEARCH PROCESS STEPS : ขั้นตอนที่ 3 สมมติฐานการวิจัย* *(Research Hypothesis) คืออะไร ?
การคาดเดาคำตอบของปัญหาวิจัยอย่างมีเหตุผล บนพื้นฐานแนวคิดและทฤษฎี เพื่อนำไปสู่การค้นหาคำตอบหรือแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและเป็นวิทยาศาสตร์
ประเภทของสมมติฐาน
1.สมมติฐานการวิจัย (Research Hypothesis)
การคาดเดาคำตอบของหัวข้อวิจัย โดยอธิบายความสัมพันธ์
ของตัวแปรที่ศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
-สมมติฐานแบบมีทิศทาง (Directional hypothesis)
คาดเดาทิศทางความสัมพันธ์ เช่น มากกว่า หรือน้อยกว่า
-สมมติฐานแบบไม่มีทิศทาง (Non-directional hypothesis)
คาดคะเนความสัมพันธ์โดยไม่ระบุทิศทาง เช่น แตกต่างกัน หรือสัมพันธ์กัน
2.สมมติฐานทางสถิติ (Statistical Hypothesis)
การคาดคะเนคำตอบในรูปของความสัมพันธ์หรือความแตกต่างของตัวแปรในรูปของโครงสร้างทางคณิตศาสตร์
-สมมติฐานที่เป็นกลาง (Null hypothesis : H₀)
แสดงถึงความไม่แตกต่างกัน เช่น 1 = 2
-สมมติฐานทางเลือก (Alternative hypothesis : H₁)
แสดงถึงความแตกต่างกัน เช่น 1 < 2
วิธีการตั้งสมมติฐานการวิจัย
1.พิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการวิจัย
กำหนดจุดมุ่งหมาย แล้วเลือกประเภทสมมติฐานหากมีข้อมูลมากพอให้ตั้งแบบมีทิศทางหากไม่มีข้อมูลให้ตั้งแบบไม่มีทิศทาง
2.ตั้งสมมติฐานทางสถิติ
ต้องตั้งทั้งสมมติฐานที่เป็นกลาง (H₀) และสมมติฐานทางเลือก (H₁) ควบคู่กัน
3.จำนวนสมมติฐาน
อาจมีเพียงข้อเดียวหรือหลายข้อ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการวิจัย
4.กำหนดตัวแปร
ตัวแปรที่ปรากฏในสมมติฐานหนึ่งสามารถนำไปใช้ในสมมติฐานข้ออื่นได้
แหล่งที่มาของสมมติฐานการวิจัย
1.เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ศึกษาทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
2.ผู้เชี่ยวชาญ
การพูดคุย อภิปราย กับผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ
3.การสังเกตและวิเคราะห์
สังเกตพฤติกรรม วิเคราะห์ข้อมูล และแนวโน้มที่เกิดขึ้น
4.ความเชื่อและประสบการณ์
ประสบการณ์ของผู้วิจัยและหลักความจริงที่เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป
5.ผลการวิจัยที่ผ่านมาแล้ว
นำข้อค้นพบเดิมมาใช้เป็นแนวทางให้สามารถตั้งสมมติฐานการวิจัย
หลักการตั้งสมมติฐานการวิจัยที่ดี
-สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการวิจัย
-อธิบายครอบคลุมทุกด้านที่ต้องการศึกษา
-ระบุความสัมพันธ์ของตัวแปรชัดเจน
-ใช้ภาษาง่าย รัดกุม และทั้งเหตุผลและวิธีการตรวจสอบได้
-สอดคล้องกับทฤษฎีและความเป็นจริง
-ตรวจสอบได้ด้วยข้อมูลหรือหลักฐาน
-นำไปใช้อธิบายสถานการณ์ที่คล้ายกันได้
การตั้งสมมติฐานการวิจัยมีความจำเป็นอย่างไร
-ทำให้เห็นปัญหาและประเด็นการวิจัยชัดเจนขึ้น
-ช่วยกำหนดและรวบรวมข้อมูลที่จำเป็น
-ช่วยประหยัดเวลา ในการค้นหาสาเหตุของปํญหา
-เป็นขอบเขตในการตีความข้อค้นพบอย่างมีความหมาย
-ช่วยกำหนดรูปแบบการวิจัยให้เหมาะสม
-ช่วยให้ผู้วิจัยมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสํารวจและอธิบายสิ่งที่แฝงอยู่เบื้องหลัง
-ทำให้แน่ใจว่าจะเก็บรวบรวมข้อมูลได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
ประโยชน์ของการตั้งสมมติฐานการวิจัย
1.ทำให้มองเห็นปัญหาการวิจัยได้อย่างชัดเจน
2.ช่วยวางแผนรูปแบบการวิจัยและวิธีแก้ปัญหา
3.จำกัดขอบเขตการวิจัย ทำให้มีแนวทางที่ชัดเจน
4.ช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล
5.ชี้แนวทางการแปลผลและสรุปผลการวิจัยได้อย่างถูกต้อง
ตัวอย่างสมมติฐานการวิจัย
ตัวอย่างที่ 1 หัวข้อวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคและส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเห็ด ในเขตอำเภอหล่มสัก และอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
สมมติฐานการวิจัยผู้บริโภคที่มีลักษณประชากรศาสตร์แตกต่างกันมีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคแตกต่างกัน ส่วนประสมทางการตลาดสามารถทำนายการตัดสินใจซื้อเห็ดได้
ตัวอย่างที่ 2 หัวข้อวิจัยการวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคอาหารไทยและปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อร้านอาหารไทยในเขตกรุงเทพมหานคร
สมมติฐานการวิจัย
ผู้บริโภคกลุ่ม Gen-X และ Gen-Y มีความคิดเห็นแตกต่างกัน พฤติกรรมการบริโภค คุณภาพอาหาร คุณภาพบริการ บรรยากาศร้าน และราคา มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจ
ตัวอย่างที่ 3 หัวข้อวิจัยประเภทของร้านอาหาร คุณภาพอาหาร คุณภาพบริการ และสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อการเลือกใช้บริการร้านอาหารสำหรับมื้อค่ำของประชากรในกรุงเทพมหานคร
สมมติฐานการวิจัย
- ประเภทของร้านอาหารที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการเลือกใช้บริการแตกต่างกัน
- คุณภาพอาหารส่งผลต่อการเลือกใช้บริการ
- คุณภาพการบริการส่งผลต่อการเลือกใช้บริการ
- สื่อสังคมออนไลน์ส่งผลต่อการเลือกใช้บริการ

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ

หัวข้อ ขั้นตอนการทำงานวิจัย RESEARCH PROCESS STEPS : ขั้นตอนที่ 3 สมมติฐานการวิจัย* *(Research Hypothesis) คืออะไร ?

การคาดเดาคำตอบของปัญหาวิจัยอย่างมีเหตุผล บนพื้นฐานแนวคิดและทฤษฎี เพื่อนำไปสู่การค้นหาคำตอบหรือแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและเป็นวิทยาศาสตร์

ประเภทของสมมติฐาน
1.สมมติฐานการวิจัย (Research Hypothesis)
การคาดเดาคำตอบของหัวข้อวิจัย โดยอธิบายความสัมพันธ์
ของตัวแปรที่ศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
-สมมติฐานแบบมีทิศทาง (Directional hypothesis)
คาดเดาทิศทางความสัมพันธ์ เช่น มากกว่า หรือน้อยกว่า
-สมมติฐานแบบไม่มีทิศทาง (Non-directional hypothesis)
คาดคะเนความสัมพันธ์โดยไม่ระบุทิศทาง เช่น แตกต่างกัน หรือสัมพันธ์กัน

2.สมมติฐานทางสถิติ (Statistical Hypothesis)
การคาดคะเนคำตอบในรูปของความสัมพันธ์หรือความแตกต่างของตัวแปรในรูปของโครงสร้างทางคณิตศาสตร์
-สมมติฐานที่เป็นกลาง (Null hypothesis : H₀)
แสดงถึงความไม่แตกต่างกัน เช่น 1 = 2
-สมมติฐานทางเลือก (Alternative hypothesis : H₁)
แสดงถึงความแตกต่างกัน เช่น 1 < 2

วิธีการตั้งสมมติฐานการวิจัย
1.พิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการวิจัย
กำหนดจุดมุ่งหมาย แล้วเลือกประเภทสมมติฐานหากมีข้อมูลมากพอให้ตั้งแบบมีทิศทางหากไม่มีข้อมูลให้ตั้งแบบไม่มีทิศทาง
2.ตั้งสมมติฐานทางสถิติ
ต้องตั้งทั้งสมมติฐานที่เป็นกลาง (H₀) และสมมติฐานทางเลือก (H₁) ควบคู่กัน
3.จำนวนสมมติฐาน
อาจมีเพียงข้อเดียวหรือหลายข้อ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการวิจัย
4.กำหนดตัวแปร
ตัวแปรที่ปรากฏในสมมติฐานหนึ่งสามารถนำไปใช้ในสมมติฐานข้ออื่นได้

แหล่งที่มาของสมมติฐานการวิจัย
1.เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ศึกษาทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
2.ผู้เชี่ยวชาญ
การพูดคุย อภิปราย กับผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ
3.การสังเกตและวิเคราะห์
สังเกตพฤติกรรม วิเคราะห์ข้อมูล และแนวโน้มที่เกิดขึ้น
4.ความเชื่อและประสบการณ์
ประสบการณ์ของผู้วิจัยและหลักความจริงที่เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป
5.ผลการวิจัยที่ผ่านมาแล้ว
นำข้อค้นพบเดิมมาใช้เป็นแนวทางให้สามารถตั้งสมมติฐานการวิจัย

หลักการตั้งสมมติฐานการวิจัยที่ดี
-สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการวิจัย
-อธิบายครอบคลุมทุกด้านที่ต้องการศึกษา
-ระบุความสัมพันธ์ของตัวแปรชัดเจน
-ใช้ภาษาง่าย รัดกุม และทั้งเหตุผลและวิธีการตรวจสอบได้
-สอดคล้องกับทฤษฎีและความเป็นจริง
-ตรวจสอบได้ด้วยข้อมูลหรือหลักฐาน
-นำไปใช้อธิบายสถานการณ์ที่คล้ายกันได้

การตั้งสมมติฐานการวิจัยมีความจำเป็นอย่างไร
-ทำให้เห็นปัญหาและประเด็นการวิจัยชัดเจนขึ้น
-ช่วยกำหนดและรวบรวมข้อมูลที่จำเป็น
-ช่วยประหยัดเวลา ในการค้นหาสาเหตุของปํญหา
-เป็นขอบเขตในการตีความข้อค้นพบอย่างมีความหมาย
-ช่วยกำหนดรูปแบบการวิจัยให้เหมาะสม
-ช่วยให้ผู้วิจัยมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสํารวจและอธิบายสิ่งที่แฝงอยู่เบื้องหลัง
-ทำให้แน่ใจว่าจะเก็บรวบรวมข้อมูลได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

ประโยชน์ของการตั้งสมมติฐานการวิจัย
1.ทำให้มองเห็นปัญหาการวิจัยได้อย่างชัดเจน
2.ช่วยวางแผนรูปแบบการวิจัยและวิธีแก้ปัญหา
3.จำกัดขอบเขตการวิจัย ทำให้มีแนวทางที่ชัดเจน
4.ช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล
5.ชี้แนวทางการแปลผลและสรุปผลการวิจัยได้อย่างถูกต้อง

ตัวอย่างสมมติฐานการวิจัย
ตัวอย่างที่ 1 หัวข้อวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคและส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเห็ด ในเขตอำเภอหล่มสัก และอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
สมมติฐานการวิจัยผู้บริโภคที่มีลักษณประชากรศาสตร์แตกต่างกันมีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคแตกต่างกัน ส่วนประสมทางการตลาดสามารถทำนายการตัดสินใจซื้อเห็ดได้
ตัวอย่างที่ 2 หัวข้อวิจัยการวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคอาหารไทยและปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อร้านอาหารไทยในเขตกรุงเทพมหานคร

สมมติฐานการวิจัย
ผู้บริโภคกลุ่ม Gen-X และ Gen-Y มีความคิดเห็นแตกต่างกัน พฤติกรรมการบริโภค คุณภาพอาหาร คุณภาพบริการ บรรยากาศร้าน และราคา มีอิทธิพลต่อความพึงพอใจ
ตัวอย่างที่ 3 หัวข้อวิจัยประเภทของร้านอาหาร คุณภาพอาหาร คุณภาพบริการ และสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลต่อการเลือกใช้บริการร้านอาหารสำหรับมื้อค่ำของประชากรในกรุงเทพมหานคร

สมมติฐานการวิจัย
- ประเภทของร้านอาหารที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการเลือกใช้บริการแตกต่างกัน
- คุณภาพอาหารส่งผลต่อการเลือกใช้บริการ
- คุณภาพการบริการส่งผลต่อการเลือกใช้บริการ
- สื่อสังคมออนไลน์ส่งผลต่อการเลือกใช้บริการ

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศ...
18/05/2026

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ ศูนย์การศึกษา ตรัง
หัวข้อ "5 วิธีลดเค็ม เปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพไตและหัวใจที่ดีกว่า"
1. เลือกอาหารสดแทนอาหารแปรรูป หลีกเลี่ยงของหมักดองและเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น หมูยอ ไส้กรอก ปลาสลิด เพราะมีโซเดียมสูง
2. ชิมก่อนปรุงและแยกน้ำจิ้ม ไม่ราดน้ำแกงลงบนข้าว
และตักน้ำจิ้มเพียงเล็กน้อย เพื่อลดการได้รับโซเดียมแฝง
3. สังเกตุสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อ โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองว่ามีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ในปริมาณที่ปลอดภัย
4. เปรียบเทียบปริมาณโซเดียมในฉลากอาหาร
5. ปรุงให้อร่อยด้วยพลังธรรมชาติ

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ ศูนย์การศึกษา ตรัง

หัวข้อ "5 วิธีลดเค็ม เปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพไตและหัวใจที่ดีกว่า"

1. เลือกอาหารสดแทนอาหารแปรรูป หลีกเลี่ยงของหมักดองและเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น หมูยอ ไส้กรอก ปลาสลิด เพราะมีโซเดียมสูง
2. ชิมก่อนปรุงและแยกน้ำจิ้ม ไม่ราดน้ำแกงลงบนข้าว
และตักน้ำจิ้มเพียงเล็กน้อย เพื่อลดการได้รับโซเดียมแฝง
3. สังเกตุสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อ โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองว่ามีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ในปริมาณที่ปลอดภัย
4. เปรียบเทียบปริมาณโซเดียมในฉลากอาหาร
5. ปรุงให้อร่อยด้วยพลังธรรมชาติ

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศ...
18/05/2026

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ ศูนย์การศึกษา ลำปาง
หัวข้อ "ประเภทของเบเกอรี"
🍞ขนมปัง (Bread)🍞
ขนมปังเป็นอาหารที่ทำจากแป้งสาลี น้ำ และสารช่วยขึ้นฟู แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ยีสต์เบรด ใช้ยีสต์ในการขึ้นฟู เช่น ขนมปังปอนด์ และควิกเบรด ใช้ผงฟูหรือเบกกิ้งโซดา เช่น มัฟฟินและแพนเค้ก
🍰เค้ก (Cake)🍰
เค้กเป็นเบเกอรีสำหรับรับประทานเป็นของหวานและในงานเฉลิมฉลอง แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Butter Cake เนื้อแน่นนุ่ม, Foam Cake เนื้อเบาฟูจากการตีไข่ และ Chiffon Cake เนื้อนุ่มฟูและชุ่มชื้น
🍪คุกกี้ (Cookie)🍪
คุกกี้เป็นเบเกอรีชิ้นเล็ก มีลักษณะกรอบร่วน เก็บได้นาน นิยมทำเป็นของฝาก โดยแบ่งตามวิธีทำและส่วนผสม เช่น คุกกี้ปั้น คุกกี้กด และคุกกี้เนย
🥨เพสทรี (Pastry)🥨
เพสทรีเป็นเบเกอรีที่มีเปลือกกรอบ สามารถใส่ไส้คาวหรือหวานได้ แบ่งเป็น ชูเพสทรี พายร่วน และพายชั้น เช่น ครัวซองต์และเดนิช

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ ศูนย์การศึกษา ลำปาง

หัวข้อ "ประเภทของเบเกอรี"

🍞ขนมปัง (Bread)🍞
ขนมปังเป็นอาหารที่ทำจากแป้งสาลี น้ำ และสารช่วยขึ้นฟู แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ยีสต์เบรด ใช้ยีสต์ในการขึ้นฟู เช่น ขนมปังปอนด์ และควิกเบรด ใช้ผงฟูหรือเบกกิ้งโซดา เช่น มัฟฟินและแพนเค้ก

🍰เค้ก (Cake)🍰
เค้กเป็นเบเกอรีสำหรับรับประทานเป็นของหวานและในงานเฉลิมฉลอง แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Butter Cake เนื้อแน่นนุ่ม, Foam Cake เนื้อเบาฟูจากการตีไข่ และ Chiffon Cake เนื้อนุ่มฟูและชุ่มชื้น

🍪คุกกี้ (Cookie)🍪
คุกกี้เป็นเบเกอรีชิ้นเล็ก มีลักษณะกรอบร่วน เก็บได้นาน นิยมทำเป็นของฝาก โดยแบ่งตามวิธีทำและส่วนผสม เช่น คุกกี้ปั้น คุกกี้กด และคุกกี้เนย

🥨เพสทรี (Pastry)🥨
เพสทรีเป็นเบเกอรีที่มีเปลือกกรอบ สามารถใส่ไส้คาวหรือหวานได้ แบ่งเป็น ชูเพสทรี พายร่วน และพายชั้น เช่น ครัวซองต์และเดนิช

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศ...
18/05/2026

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ วิทยาเขตสุพรรณบุรี
หัวข้อ "ขนมสาลี่ เค้กเมืองไทยจากดินแดนมังกรสวรรค์ จังหวัดสุพรรณบุรี"
ขนมสาลี่ เป็นขนมไทยเนื้อฟูนุ่มคล้ายสปันจ์เค้ก มีต้นกำเนิดในอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ในราวปี พ.ศ. 2485 โดยได้รับอิทธิพลการทำเค้กจากตะวันตกผสมผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้าน กลายมาเป็นของฝากขึ้นชื่อระดับตำนานจนถึงปัจจุบัน ขนมสาลี่เกิดขึ้นครั้งแรกในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 สันนิษฐานว่าคิดค้นโดยคนไทยเชื้อสายจีนในย่านตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นที่มาของชื่อขนมตำนานร้านเจ้าแรก: ร้านที่เป็นผู้บุกเบิกและทำขนมสาลี่ขายเป็นเจ้าแรก ๆ คือ ร้านแม่บ๊วย (เตี่ย กิม แซ่ตั๊ง) โดยเริ่มจากการทำขายในร้านอาหารและพัฒนาสูตรมาเรื่อย ๆ ซึ่งที่มาของชื่อนี้ก็เล่ากันมาหลากหลาย ไม่ว่าจะเกิดจากวัตถุดิบที่มีแป้งสาลี หรือเกิดจากชื่อ ตำบลสาลี ในอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนที่ต่อมาจะเพี้ยนจากชื่อสาลี มาเป็นสาลี่ ในภายหลัง

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ วิทยาเขตสุพรรณบุรี

หัวข้อ "ขนมสาลี่ เค้กเมืองไทยจากดินแดนมังกรสวรรค์ จังหวัดสุพรรณบุรี"

ขนมสาลี่ เป็นขนมไทยเนื้อฟูนุ่มคล้ายสปันจ์เค้ก มีต้นกำเนิดในอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ในราวปี พ.ศ. 2485 โดยได้รับอิทธิพลการทำเค้กจากตะวันตกผสมผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้าน กลายมาเป็นของฝากขึ้นชื่อระดับตำนานจนถึงปัจจุบัน ขนมสาลี่เกิดขึ้นครั้งแรกในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 สันนิษฐานว่าคิดค้นโดยคนไทยเชื้อสายจีนในย่านตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นที่มาของชื่อขนมตำนานร้านเจ้าแรก: ร้านที่เป็นผู้บุกเบิกและทำขนมสาลี่ขายเป็นเจ้าแรก ๆ คือ ร้านแม่บ๊วย (เตี่ย กิม แซ่ตั๊ง) โดยเริ่มจากการทำขายในร้านอาหารและพัฒนาสูตรมาเรื่อย ๆ ซึ่งที่มาของชื่อนี้ก็เล่ากันมาหลากหลาย ไม่ว่าจะเกิดจากวัตถุดิบที่มีแป้งสาลี หรือเกิดจากชื่อ ตำบลสาลี ในอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนที่ต่อมาจะเพี้ยนจากชื่อสาลี มาเป็นสาลี่ ในภายหลัง

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศ...
18/05/2026

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ
หัวข้อ เมนู น้ำพริกมะขามสดถั่วเหลือง
เปรี้ยวนำ เค็มหวานกลมกล่อม หอมเต้าเจี้ยว
อร่อยดีต่อใจ ได้โปรตีนจากถั่วเหลือง
ส่วนผสม
มะขามอ่อน 1 ถ้วยตวง (ขูดผิวออก ล้างให้สะอาด)
ถั่วเหลืองซีกต้มสุก 1 ถ้วยตวง (แช่น้ำ 3–4 ชั่วโมง แล้วต้ม)
พริกขี้หนูสวน 15–20 เม็ด
กระเทียมไทย 2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดง 4 หัว
เต้าเจี้ยวขาว 1–2 ช้อนโต๊ะ (ล้างน้ำ)
น้ำตาลปี๊บ 1–2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ เล็กน้อย
น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
ผักสด .. แตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ มะเขือขาว
ผักลวก .. ดอกแค กะหล่ำปลี ผักบุ้ง
วิธีทำ
1.ทำความสะอาดมะขามอ่อน แล้วโขลกให้ละเอียด
(หากมีเมล็ด ให้แกะเมล็ดออกก่อน)
2.โขลกกระเทียม หอมแดง และพริกขี้หนูให้ละเอียด
3.ใส่เต้าเจี้ยวขาวลงไปโขลกให้เข้ากัน
4.ใส่มะขามสดที่โขลกแล้ว ใส่ถั่วเหลืองซีกต้มสุกโขลกเบา ๆ ให้ผสมเป็นเนื้อเดียวกัน
5.ใส่น้ำตาลปี๊บ และเกลือชิมรสให้ได้รสเปรี้ยวนำ เค็มตาม และหวานกลมกล่อม
6.ตั้งกระทะใส่น้ำมันรำข้าวเล็กน้อย ใส่น้ำพริกลงไปผัดด้วยไฟอ่อนจนหอมและแห้งลงเล็กน้อย วิธีนี้จะช่วยให้น้ำพริกเก็บได้นานขึ้น
ข้อเสนอแนะ
1. ใช้น้ำตาลดอกมะพร้าวแทนน้ำตาลทราย จะช่วยให้ได้ค่าดัชนีน้ำตาลที่ต่ำกว่า
2. ใช้เต้าเจี้ยวขาวแทนกะปิ จะทำให้ได้กลิ่นหอม และเข้ากับเนื้อถั่วเหลืองได้ดี
** ดีต่อสุขภาพ **
โปรตีนสูง จากถั่วเหลือง
ไฟเบอร์สูง จากผักหลากหลาย

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ

หัวข้อ เมนู น้ำพริกมะขามสดถั่วเหลือง

เปรี้ยวนำ เค็มหวานกลมกล่อม หอมเต้าเจี้ยว
อร่อยดีต่อใจ ได้โปรตีนจากถั่วเหลือง

ส่วนผสม
มะขามอ่อน 1 ถ้วยตวง (ขูดผิวออก ล้างให้สะอาด)
ถั่วเหลืองซีกต้มสุก 1 ถ้วยตวง (แช่น้ำ 3–4 ชั่วโมง แล้วต้ม)
พริกขี้หนูสวน 15–20 เม็ด
กระเทียมไทย 2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดง 4 หัว
เต้าเจี้ยวขาว 1–2 ช้อนโต๊ะ (ล้างน้ำ)
น้ำตาลปี๊บ 1–2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ เล็กน้อย
น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
ผักสด .. แตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ มะเขือขาว
ผักลวก .. ดอกแค กะหล่ำปลี ผักบุ้ง

วิธีทำ
1.ทำความสะอาดมะขามอ่อน แล้วโขลกให้ละเอียด
(หากมีเมล็ด ให้แกะเมล็ดออกก่อน)
2.โขลกกระเทียม หอมแดง และพริกขี้หนูให้ละเอียด
3.ใส่เต้าเจี้ยวขาวลงไปโขลกให้เข้ากัน
4.ใส่มะขามสดที่โขลกแล้ว ใส่ถั่วเหลืองซีกต้มสุกโขลกเบา ๆ ให้ผสมเป็นเนื้อเดียวกัน
5.ใส่น้ำตาลปี๊บ และเกลือชิมรสให้ได้รสเปรี้ยวนำ เค็มตาม และหวานกลมกล่อม
6.ตั้งกระทะใส่น้ำมันรำข้าวเล็กน้อย ใส่น้ำพริกลงไปผัดด้วยไฟอ่อนจนหอมและแห้งลงเล็กน้อย วิธีนี้จะช่วยให้น้ำพริกเก็บได้นานขึ้น

ข้อเสนอแนะ
1. ใช้น้ำตาลดอกมะพร้าวแทนน้ำตาลทราย จะช่วยให้ได้ค่าดัชนีน้ำตาลที่ต่ำกว่า
2. ใช้เต้าเจี้ยวขาวแทนกะปิ จะทำให้ได้กลิ่นหอม และเข้ากับเนื้อถั่วเหลืองได้ดี

** ดีต่อสุขภาพ **
โปรตีนสูง จากถั่วเหลือง
ไฟเบอร์สูง จากผักหลากหลาย

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรศิลปศา...
18/05/2026

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์
หัวข้อ "การจัดดอกไม้สำหรับโต๊ะอาหาร"
ดอกไม้สำหรับโต๊ะอาหาร...ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเพิ่มความสวยงาม แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการจัดโต๊ะอาหารที่ช่วยสร้างบรรยากาศ สะท้อนภาพลักษณ์ของงาน และยกระดับประสบการณ์ของผู้รับประทานอาหาร
การจัดดอกไม้สำหรับโต๊ะอาหารอย่างเหมาะสม ควรคำนึงถึง
✔ รูปแบบการจัดให้เหมาะกับลักษณะงาน
✔ ความสูงที่ไม่บดบังสายตาของผู้ร่วมโต๊ะ
✔ การเลือกใช้ดอกไม้ที่คงความสดได้นาน ไม่เฉาง่าย และไม่มีกลิ่นรบกวนอาหาร

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์

หัวข้อ "การจัดดอกไม้สำหรับโต๊ะอาหาร"

ดอกไม้สำหรับโต๊ะอาหาร...ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเพิ่มความสวยงาม แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการจัดโต๊ะอาหารที่ช่วยสร้างบรรยากาศ สะท้อนภาพลักษณ์ของงาน และยกระดับประสบการณ์ของผู้รับประทานอาหาร

การจัดดอกไม้สำหรับโต๊ะอาหารอย่างเหมาะสม ควรคำนึงถึง
✔ รูปแบบการจัดให้เหมาะกับลักษณะงาน
✔ ความสูงที่ไม่บดบังสายตาของผู้ร่วมโต๊ะ
✔ การเลือกใช้ดอกไม้ที่คงความสดได้นาน ไม่เฉาง่าย และไม่มีกลิ่นรบกวนอาหาร

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรศิลปศา...
18/05/2026

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจบริการอาหารและศิลปะการประกอบอาหาร
หัวข้อ "The Chef’s Palette ศิลปะและการจัดจาน"
Aesthetic Plating การใช้สีและรูปทรงเปลี่ยนอาหารให้เป็นงานศิลปะที่กินได้ อาหาร 1 จาน ไม่ใช่เพียงสิ่งที่กินได้ แต่คือ "ผลงานศิลปะ" ที่สร้างความรู้สึกตั้งแต่แรกมอง
1. Aesthetic (ความงามในจานอาหาร)
2. Color (สี)
3. Shape & Form (รูปทรง)
4. Compositions (การจัดองค์ประกอบ)
ที่มา เอกสารประกอบการเรียน วิชาการประกอบขนมไทย

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจบริการอาหารและศิลปะการประกอบอาหาร

หัวข้อ "The Chef’s Palette ศิลปะและการจัดจาน"

Aesthetic Plating การใช้สีและรูปทรงเปลี่ยนอาหารให้เป็นงานศิลปะที่กินได้ อาหาร 1 จาน ไม่ใช่เพียงสิ่งที่กินได้ แต่คือ "ผลงานศิลปะ" ที่สร้างความรู้สึกตั้งแต่แรกมอง
1. Aesthetic (ความงามในจานอาหาร)
2. Color (สี)
3. Shape & Form (รูปทรง)
4. Compositions (การจัดองค์ประกอบ)

ที่มา เอกสารประกอบการเรียน วิชาการประกอบขนมไทย

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศ...
18/05/2026

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อผู้ประกอบการอาหาร
หัวข้อ "ผลิตภัณฑ์นมโปรตีนสูง"
ทางเลือกเพื่อสุขภาพจากโปรตีนพืชคุณภาพสูง ผสานคุณประโยชน์จากถั่วเหลือง ถั่วลันเตา อัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต และข้าวกล้อง ให้รสชาติดื่มง่าย พร้อมคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสำหรับผู้ใส่ใจสุขภาพ
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
• โปรตีนสูง 16 กรัมต่อ 1 กล่อง
• ไขมันต่ำ ไม่มีแลคโตส และไม่มีคอเลสเตอรอล
• อุดมด้วยใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น
• เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ช่วยให้อิ่มนาน
• เหมาะสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก ผู้แพ้นมวัว ผู้แพ้แลคโตส ผู้สูงอายุ และผู้บริโภควีแกน
ผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม วิตามิน D2 วิตามิน B12 และวิตามิน E สามารถดื่มได้ทุกวัน รวมทั้งใช้ประกอบเครื่องดื่ม อาหาร และเบเกอรี เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการในชีวิตประจำวัน

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อผู้ประกอบการอาหาร

หัวข้อ "ผลิตภัณฑ์นมโปรตีนสูง"

ทางเลือกเพื่อสุขภาพจากโปรตีนพืชคุณภาพสูง ผสานคุณประโยชน์จากถั่วเหลือง ถั่วลันเตา อัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต และข้าวกล้อง ให้รสชาติดื่มง่าย พร้อมคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสำหรับผู้ใส่ใจสุขภาพ

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
• โปรตีนสูง 16 กรัมต่อ 1 กล่อง
• ไขมันต่ำ ไม่มีแลคโตส และไม่มีคอเลสเตอรอล
• อุดมด้วยใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น
• เนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ช่วยให้อิ่มนาน
• เหมาะสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก ผู้แพ้นมวัว ผู้แพ้แลคโตส ผู้สูงอายุ และผู้บริโภควีแกน

ผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม วิตามิน D2 วิตามิน B12 และวิตามิน E สามารถดื่มได้ทุกวัน รวมทั้งใช้ประกอบเครื่องดื่ม อาหาร และเบเกอรี เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการในชีวิตประจำวัน

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศ...
18/05/2026

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569
จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาโภชนาการและการประกอบอาหารเพื่อสุขภาพและการชะลอวัย
หัวข้อ รู้จัก "นับคาร์บ" (Carb Counting) เคล็ดลับคุมน้ำตาลให้อยู่หมัด
เพราะเรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องใกล้ตัว และการควบคุมน้ำตาลอย่างถูกวิธีไม่ใช่การ “อดอาหาร” แต่คือ การ “เลือกบริโภคอย่างเหมาะสมและพอดี”
ขอเชิญชวนทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือผู้ป่วยโรคเบาหวาน ร่วมเรียนรู้เรื่องการนับคาร์โบไฮเดรต (Carb Counting) ซึ่งใช้หน่วยจำลอง “1 คาร์บ” หรือ “1 ส่วน” เทียบเท่าคาร์โบไฮเดรต 15 กรัม ครอบคลุมหมวดข้าว/แป้ง ผลไม้ นม และผัก พร้อมทำความเข้าใจสัดส่วนการบริโภคคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมในแต่ละวัน เพื่อการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องและยั่งยืน

ประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้จากหลักสูตร ฯ สังกัดโรงเรียนการเรือน ประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569

จัดทำโดย หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาโภชนาการและการประกอบอาหารเพื่อสุขภาพและการชะลอวัย

หัวข้อ รู้จัก "นับคาร์บ" (Carb Counting) เคล็ดลับคุมน้ำตาลให้อยู่หมัด

เพราะเรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องใกล้ตัว และการควบคุมน้ำตาลอย่างถูกวิธีไม่ใช่การ “อดอาหาร” แต่คือ การ “เลือกบริโภคอย่างเหมาะสมและพอดี”

ขอเชิญชวนทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือผู้ป่วยโรคเบาหวาน ร่วมเรียนรู้เรื่องการนับคาร์โบไฮเดรต (Carb Counting) ซึ่งใช้หน่วยจำลอง “1 คาร์บ” หรือ “1 ส่วน” เทียบเท่าคาร์โบไฮเดรต 15 กรัม ครอบคลุมหมวดข้าว/แป้ง ผลไม้ นม และผัก พร้อมทำความเข้าใจสัดส่วนการบริโภคคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมในแต่ละวัน เพื่อการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องและยั่งยืน

ที่อยู่

Bangkok
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622445622

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Home Economics SDUผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์