04/09/2025
😵 นี่คือการเขียนรีวิวที่ยากที่สุดครั้งนึงของผม 😵
เพราะการเขียนที่ตรงไปตรงมากับความรู้สึก ที่ได้ไปทาน “Chef Table" ราคาที่สูงถึง 5,850 บาท" แต่ทำไมผมกลับรู้สึกว่ามัน "คุ้มค่า" มันมีเหตุผลที่มากกว่าคำว่า“อร่อย”อย่างเดียวครับ
*ส่วนแต่ละเมนู ผมจะมีรูปแยกใน Comment นะครับ*
-------------------------------------------------
- เชฟพี่หมูไม่ได้จัดจ้านเหมือนเชฟรุ่นใหม่ แต่มี "ความเก๋าเกมส์" ในแบบฉบับของตัวเองที่ชัดเจนมาก
- คำว่า Table "X" คือ การที่ "ไม่มีเมนูที่แน่นอน" แต่รับรองได้ว่าจะได้สิ่งที่ที่สุดเท่าที่เชฟพี่หมูสามารถหาให้ได้ในเวลานั้น
- วัตุดิบที่เลือกมาใช้ ไม่สามารถหาซื้อได้ง่ายๆ เพราะ "ความบ้าบิ่น และ Connection " ที่พวกเราไม่มีทางเทียบได้เลย
ถ้ามีคำตอบว่า 'ใช่' มากกว่า 4 จาก 5 ข้อนี้ ผมอยากให้ได้ลองไปสักครั้งครับ
1) อยากไปเจอ Chef Table คนแรกของประเทศไทยที่ชื่อ "เชฟหมู-เฉียบวุฒิ คุปสิริกุล"
2) อยากไปลอง 'ฟัวกราส์' และ 'ซุปทรัฟเฟิล' ที่เป็นเมนูติดตัวของเชฟพี่หมู (ซึ่งผมเป็นนคนนึงที่ไม่ค่อยชอบ 2 เมนูนี้เลย แต่วันนี้มันคือคนละเรื่องกับที่เคยรู้สึกมาเลย)
3) สนุกกับการที่ได้เห็นขั้นตอนการเตรียม/ทำอาหาร โดยที่ไม่ได้โฟกัสแต่ผลลัพธ์คืออาหารที่เสร็จแล้วอย่างเดียว
4) ได้พูดคุยอย่าง'เป็นกันเอง' และ ได้ไปฟังเรื่องเล่าประสบการณ์ต่างๆ ที่อบอุ่นและ โคตรสนุกจากคนอายุ 54 ปี
5) มีความอดทนรอคิวในการจองที่ไม่แน่นอน ตั้งแต่ครึ่งเดือน จนไปถึง ครึ่งปี
ปล. #1 สำหรับคอไวน์ จะได้ความประทับใจเพิ่มอีกเยอะมากๆ และ "คุ้มโคตรๆๆๆๆ" แน่นอนครับ
ปล. #2 เตรียมเวลาไว้ 4-5 ชั่วโมงสำหรับมื้อนี้ เพราะมันไม่จบง่ายๆ แน่นอน 555+
-------------------------------------------------
การได้ไปทานอาหารที่ 'พี่หมู เฉียบวุฒิ' ทำให้วันนี้เหมือนผมได้ไปดูคอนเสิร์ตของศิลปินคนโปรดรุ่นเก๋าแบบใกล้ชิด ติดขอบเวที ถ้าจะเปรียบเทียบว่าเหมือนผมได้ไปดู'พี่เบิร์ด ธงไชย' ก็คงประมาณนั้นเลยครับ
ความอิ่มเอิบในวันนั้น มันล้นเอ่อตลอดระยะเวลา 5 ชั่วโมง ที่ได้เห็นตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ, การทำ, การปรุง, การจัดจาน จนออกมาเป็นงานศิลปะมาให้เราได้ทานในแต่ละจาน
ผมไม่เสียดายเวลาเลยทึ่ไปถึงร้านตั้งแต่เวลา 17:45 ก่อนที่พี่หมูจะมาถึงร้านซะอีก จึงโชคดีมากที่ได้เห็นอะไรหลายๆ ตั้งแต่แรกๆ เช่น
- ครีมที่ถูกตีขึ้นด้วยมือของพี่หมูเป็นเวลา 20-30 นาที เพื่อกินคู่กับชีสในจานแรก
- แอปเปิ้ลชิ้นเล็กๆ ที่ถูกฝาน ปรุง อบ เป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง เพื่อมาทานคู่กับฟัวกราส์
- ซอสในแต่ละจานที่ถูกปรุงอย่างเรียบง่าย และใส่ใจแบบไม่มีการปล่อยผ่าน
- เห็นน้ำส้มสายชู Balsamic ที่ใช้ราดในอาหารต่างๆ ที่มีแค่ 50 ขวดทั้งโลก! (ผมเป็นคนบ้า Balsamic และ Olive Oil มากอยู่แล้ว เอ็นโดรฟินมันเลยยิ่งพุ่งกระฉูดเลยครับ)
การได้ฟังเรื่องต่างๆ ที่พี่หมูเล่าระหว่างที่แขกยังมาไม่ครบ รู้สึกได้ถึงความจริงใจ ใจนักเลง ไม่ลังเล และไม่มีการประนีประนอมในการใช้วัตถุดิบทีดีที่สุดที่หามาได้ในแต่ครั้ง
วัตุดิบที่พี่หมูเลือกมาได้ผ่านการลองผิดลองถูก, โดนหลอก, ทดลองซ้ำไปซ้ำมา จนผมไม่มีความสงสัยหลงเหลือในงานศิลปะที่เรียบง่ายในแต่ละจานเลยครับ
ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยถนัดอาหารฝรั่งเศสสักเท่าไหร่ เลยอาจจะเรียกชื่อเมนูไม่ค่อยถูกต้อง เปรียบเทียบได้ว่าเหมือนผมเรียนอยู่ระดับ'มัธยมต้น' แล้วอยู่ดีๆ ก็ได้ไปเข้าคลาสของ ระดับ'ปริญญาเอก' ที่มีชื่ออะไรประหลาดๆ มาเต็มไปหมด แต่มันคือความสนุกที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ครับ
1. [ชีส]
ชีสอะไรก็ไม่รู้ 5 อย่าง ที่มีอายุ 3-5 ปี ถูกโปะมาบนครีมที่ถูกปรุง และตีให้ขึ้นด้วยมือ ใช้เวลาเตรียมรวมๆ ไม่ต่ำกว่่า 1 ชั่วโมง กินจริง 5 คำหมดแล้ว
เป็นชีสที่ผมไม่เคยกินมาก่อนเลย ไม่มีกลิ่นเหม็นมากวนใจ เข้มข้น หอมนวลฟุ้งไปทั้งปาก แถมถูกราดตัดเลี่ยนด้วยน้ำส้มสายชู Balsamic ราคาขวดละ 700 ปอนด์ (ประมาณ 30,000 บาท) แค่เริ่มต้นก็ตื่นเต้นแล้วครับ
2. [แฮมไอเบอริโก]
แฮมที่ทำจากหมูสเปนราคาสุดโหด ที่กินคู่กับแตงที่ถูกเลือกมาอย่างดี ที่ปฏิเสธคำว่าอร่อยแบบเข้ากันไม่ได้จริงๆ ขอกราบคนคิดเมนูจริงๆ
3. [ปลาหมึกหิ่งห้อย]
ปลาหมึกหิ่งห้อย (Hotaru Ika) จากอ่าวอะไรสักอย่าง ที่เชฟหมูเล่าว่าเป็นอ่าวที่น้ำมีคุณภาพดีที่สุด อะไรมาจากอ่าวนี้คือแพงหมด
น้องหมึกเรืองแสง 4 ตัว ถูกนำไปทาซอสหวานๆ เค็มๆ ย่างให้สุกพอดี โปะบนใบงาทอด ที่ได้อารมณ์ของเซมเบ้รสชาติจัดจ้าน
4. [สลัดอกเป็ด]🔥
เป็นจานที่ผมชอบ #1
มันอาจจะดูเรียบง่าย แต่ไม่ง่ายเลย ที่จะได้อกเป็ดคุณภาพดีขนาดนี้ ราดด้วยน้ำส้มสายชู Balsamic เกรดพรีเมี่ยมบ้าบอคอแตก
นี่คือสลัด Wild Rocket ที่มีอกเป็ดที่ถูกทอดหนังได้กรอบ และ Balsamic ที่รสชาติดีที่สุดในชีวิตที่เคยผมเคยกินมาครับ
ค่อยๆ กิน 5 คำจนหมด คิดในใจว่า ขอเบิ้ลอีกจานได้มั้ย...ยยยยยย
5. [แซลมอนย่าง]
แซลม่อนที่ถูกจี่แปปนึงกินคู่กับซอสวาซิบิมาโย และไข่ปลา ikura เม็ดเบิ้มๆ สลับสาหร่ายสดๆ ราดด้วยน้ำซอสซอสทงคัตสึเจ้าแรกๆ ของญี่ปุ่น
เป็นจานที่ฟังแล้วตอนแรกงงๆ ว่ามันจะเข้ากันได้ยังไง แต่พอได้ทานแล้วมันเข้ากันหมดทุกอย่างน่าตกใจครับ
6. [ซุปทรัฟเฟิล]🔥
เป็นจานที่ผมชอบ #3
ซุปถ้วยนี้มีเทคนิคพิเศษที่เติมออกซิเจนเข้าไประหว่างการทำ แล้วใส่เนื้อ truffle paste ลงไปในขั้นตอนสุดท้าย
ยอมรับว่าผมไม่รู้ว่าจะได้กินซุปทรัฟเฟิลที่กลมกล่อม และอร่อยกว่านี้ได้จากที่ไหนอีก...
7. [ฟัวกราส์]🔥
เป็นจานที่ผมชอบ #2
ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าผมไม่ชอบฟัวกราส์เลย เพราะกลิ่นสาป และเนื้อสัมผัส ถ้าจะกินก็ต้องทำให้เกรียมหรือสุกมากพอควรผมถึงกินได้
แต่วันนี้ความคิดของผมก็ได้เปลี่ยนไป เพราะจานนี้ถูก Pan Fried มาโดยที่ข้างในสุกแบบพอดีเป๊ะ และไม่มีกลิ่นสาปสักนิดเดียว
ยิ่งได้กินคู่กับซอสส้ม และแอปเปิ้ลที่ถูกใส่ใจในการทำตั้งแต่ 2 ชั่วโมงที่แล้ว ทำให้มันยิ่งอร่อยขึ้นจนบอกไม่ถูกเลยครับ
8. [สเต๊กวากิว]
สเต๊กวากิวที่ถูกย่างด้วยเตา และถ่านบินโจตัน จนได้ระดับ Medium rare เสิร์ฟมาในปริมาณพอดีๆ ทำให้ไม่เลี่ยนเกินไป แต่ผมโชคดีที่ได้กินขอบเนื้อ จากมือเชฟหมูซึ่งผมว่ามันได้ความสนุก และอร่อยกว่ากินเองอีกครับ 555+
ถ้าใครไม่ทานเนื้อ จะได้เป็น "ปลากลาเซีย" ที่คบ้ายๆ ปลาหิมะ แทนซึ่งผมแอบชิมจากเพื่อน ซึ่งอร่อยมากๆ เหมือนกัน
9. [ของหวาน]
บอกตรงๆ ว่าคืออะไรก็ไม่รู้ ที่หน้าตาเหมือนทองม้วนหนาๆ texture คล้ายๆ บิสกิต เชฟหมูเล่าว่าได้มาจากเพื่อนที่อิตาลี ส่วนใส้ข้างในทำจาก Varohna Chocolate (ผมไม่ค่อยถนัดเลยอธิบายไม่ถูก) เอาเป็นว่ามันอร่อยมากๆ แล้วกันครับ
*ส่วนแต่ละเมนู ผมจะมีรูปแยกใน Comment นะครับ*
และนี่ก็คือร้าน Table X Chef's Table เอกมัย By ChefMoo
#คังกับแต๋มเจอนี่