SMART LAW ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก SMART LAW, กิจกรรม, Bangkok.

พาน้องฝ้าย (ฝ้าย ใช้เท้าแต่งหน้า) มาแจ้งความดำเนินคดีกับ "คนปากเสีย และใจพิการ"
13/03/2026

พาน้องฝ้าย (ฝ้าย ใช้เท้าแต่งหน้า) มาแจ้งความดำเนินคดีกับ "คนปากเสีย และใจพิการ"

☆☆☆ การที่ศาลสั่งคินทรัพย์จำนวน 74 ล้านบาท ให้แก่ทนายตั้ม น่าจะเป็นผลดีต่อพี่อ้อย☆☆☆ ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าคดีนี้อัยก...
24/02/2026

☆☆☆ การที่ศาลสั่งคินทรัพย์จำนวน 74 ล้านบาท ให้แก่ทนายตั้ม น่าจะเป็นผลดีต่อพี่อ้อย

☆☆☆ ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าคดีนี้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้ทรัพย์จำนวน 74 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดินอันเนื่องมาจากข้อหาฟอกเงินโดยอ้างมูลฐานความผิดมาจากคดีฉ้อโกงพี่อ้อย

☆☆☆ หากศาลมีคำสั่งตามคำร้องของอัยการให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน พี่อ้อยจะหมดสิทธิบังคับชำระเงินคืนจากทรัพย์จำนวน 74 ล้านบาท นี้ทันทีเพราะทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินเสียแล้ว

☆☆☆ แต่เมื่อศาลมีคำสั่งคืนทรัพย์ให้แก่ทนายตั้ม นั่นหมายความว่าหากพี่อ้อยชนะคดีก็สามารถบังคับชำระเงินที่ถูกฉ้อโกงไปจากทรัพย์จำนวน 74 ล้านบาทนี้ได้

☆☆☆ ในระหว่างนี้หากเกรงว่าทรัพย์ดังกล่าวอาจถูกจำหน่าย จ่าย โอน ออกไป พี่อ้อยอาจขอคุ้มครองชั่วคราวระหว่างพิจารณา โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้ ยึด หรืออายัด ทรัพย์ดังกล่าวไว้ระหว่างพิจารณาจนกว่าคดีที่พี่อ้อยเป็นผู้เสียหายจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดก็ได้

☆☆☆ หรือหากทรัพย์ดังกล่าวถูก จำหน่าย จ่าย โอน ไปก่อน พี่อ้อยก็ยังสามารถดำเนินคดีข้อหาโกงเจ้าหนี้ได้

☆☆☆ ผมเห็นด้วยกับคำสั่งศาล ทรัพย์จำนวน 74 ล้านบาทนี้ไม่ควรตกเป็นของแผ่นดิน แต่ควรถูกนำไปชดใช้คืนให้กับพี่อ้อย

มาทำหน้าที่พลเมือง
08/02/2026

มาทำหน้าที่พลเมือง

01/01/2026

ในวาระขึ้นปีใหม่ ขอส่งความปรารถนาดี ขอให้มีความสุขตลอดปี 2569

🙏 กราบขอบพระคุณ 🙏*** คุณอาหมอธวัชชัย กาญจนรินทร์  *** คุณนก ศรีจินดา      ที่เสียสละเวลามาเป็นพยานเพื่อทวงคืนความยุติธรร...
17/10/2025

🙏 กราบขอบพระคุณ 🙏
*** คุณอาหมอธวัชชัย กาญจนรินทร์
*** คุณนก ศรีจินดา
ที่เสียสละเวลามาเป็นพยานเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ผู้เสียหาย

13/08/2025
23/07/2025
ในที่สุดศาลก็ยกฟ้องตามที่ได้วิเคราะห์เอาไว้เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2022
23/05/2025

ในที่สุดศาลก็ยกฟ้องตามที่ได้วิเคราะห์เอาไว้เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2022

02/05/2025

กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 จังหวัดสุรินทร์ อ่านคำตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 11 คน รวมทั้งนายประยุทธ มหากิจศิริ และนางสาวอุษณา มหากิจศิริ

พฤติการณ์การกระทำผิดคดีนี้กล่าวคือ กลุ่มนายประยุทธได้ทำการซื้อที่ดินมีโฉนด และที่ดินที่ไม่มีหลักฐานเอกสารสิทธิซึ่งอยู่ในเขต ส.ป.ก. และเขตป่าสงวน จากนั้นได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นอดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาสีคิ้ว, อดีตนายช่างรังวัด, อดีตนายช่างสำรวจสำนักงานปฏิรูปที่ดิน ฯลฯ ทำการรังวัดสอบเขตโดยขยายเนื้อที่ในโฉนดที่กลุ่มนายประยุทธทำการซื้อมา เพื่อทำให้เนื้อที่ดินในโฉนดมีจำนวนเพิ่มขึ้นและรุกล้ำเข้าไปในที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินป่าสงวน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ นำเอาที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินป่าสงวน เข้ามารวมเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินมีโฉนด

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 พิพากษาลงโทษจำคุกนายประยุทธ 6 กระทง ๆ ละ 4 ปี รวมจำคุก 24 ปี และพิพากษาลงโทษจำคุกนางสาวอุษณา มหากิจศิริ 3 กระทง ๆ ละ 4 รวมจำคุก 12 ปี

*********

นอกจากคดีนี้แล้ว เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2566 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาคดีกล่าวหาอดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ กับพวก รวม 11 ราย ซึ่งนายประยุทธปรากฏชื่อเป็นจำเลยที่ 6 ในฐานะเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดซึ่งมีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกับคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายประยุทธ 4 ปี แต่ลดโทษให้เหลือจำคุก 2 ปี 8 เดือน

*********

นอกจากคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 และคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ที่มีคำพิพากษาไปแล้ว นายประยุทธ และบุตรสาว ยังถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด โดยกล่าวหาว่านายประยุทธ และบุตรสาว สนับสนุนให้เจ้าพนักงานแก้ไขรูปแผนที่และเนื้อที่ในการรังวัดสอบเขตที่ดิน ตามหลักฐานโฉนดที่ดินเลขที่ 2186 และ 2192 ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยทำการรังวัดนำที่ดินนอกหลักฐานซึ่งเป็นที่ดินของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.) เข้ามารวมในโฉนดที่ดินที่ขอทำการรังวัดสอบเขตโดยมิชอบ

โดยสรุป นายประยุทธ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานให้รังวัดที่ดินรุกล้ำที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินป่าสงวน จำนวน 3 คดี ศาลมีคำพิพากษาแล้ว 2 คดี และ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้ว 1 คดี

*********

อย่างไรก็ตามแม้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 จะพิพากษาลงโทษจำคุกนายประยุทธ 24 ปี และ พิพากษาลงโทษจำคุกนางสาวอุษณา 12 ปี แต่ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาก็ยังมีอำนาจที่จะพิพากษาให้รอการลงโทษได้ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 กำหนดว่า “ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุก และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุกมาก่อน หรือปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อนแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ... ศาลจะพิพากษากำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ แล้วปล่อยตัวไปเพื่อให้โอกาสผู้นั้นกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้”

แม้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 จะพิพากษาลงโทษจำคุกนายประยุทธและบุตรสาว 24 ปี และ 12 ปี ตามลำดับ แต่การพิจารณาให้รอการลงอาญาพิจารณาจากโทษรายกระทง ไม่ได้พิจารณาจากโทษรวมทุกกระทงความผิด ซึ่งคดีนี้ศาลพิพาษาลงโทษนายประยุทธและบุตรสาวกระทงละ 4 ปี จึงอยู่ในเงื่อนไขที่ศาลอาจรอการลงโทษได้

เว้นแต่ว่าคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ซึ่งมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายประยุทธ 2 ปี 8 เดือน ถึงที่สุดไปก่อนแล้วโดยไม่รอการลงโทษหรือไม่รอลงอาญา ซึ่งเท่ากับว่านายประยุทธเคยต้องโทษจำคุกมาแล้ว ดังนั้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ก็จะไม่สามารถพิพากษาให้รอการลงโทษได้อีก /

Send a message to learn more

23/04/2025

กรณีรถยนต์บีเอ็มดับบลิวขับปาดรถกระบะ

ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522

ตามภาพที่ปรากฏในสื่อ รถกระบะ และรถบีเอ็มขับออกมาจากด่านเก็บค่าผ่านทาง โดยรถกระบะขับออกมาก่อนทางด้านช่องทางซ้าย รถบีเอ็มขับออกมาทางช่องทางขวา

เมื่อรถกระบะขับออกมาได้ระยะหนึ่งก็พยายามขับเปลี่ยนเข้าช่องทางขวาโดยไม่เปิดสัญญาณไฟขอทางเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 36 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท ตามมาตรา 148

และการขับรถเปลี่ยนช่องทางโดยไม่ได้ใช้ความระมัดระวังพิจารณาให้ดีว่าในช่องทางขวามีรถหรือไม่ เช่นนี้ถือว่ารถกระบะมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4) ระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท ตามมาตรา 157

กรณีรถบีเอ็ม ขับมาทางช่องทางขวาและอยู่ด้านหลังรถกระบะ ขณะที่รถกระบะกำลังขับเปลี่ยนช่องทางจากช่องทางซ้ายมาช่องทางขวา เมื่อรถบีเอ็มเห็นว่ารถกระบะกำลังขับเปลี่ยนช่องทางก็สามารถชะลอความเร็วได้ทันเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ แต่จากภาพที่เผยแพร่ตามสื่อสังเกตุเห็นได้ว่าเมื่อรถบีเอ็มเห็นว่ารถกระบะพยายามขับเปลี่ยนช่องทางแทนทีรถบีเอ็มจะชะลอความเร็วแต่กลับพยายามเร่งความเร็วเพื่อแย่งช่องทางหรือพยายามแทรกขึ้นหน้ารถกระบะจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ การกระทำของรถบีเอ็มถือว่าเป็นการขับรถโดยประมาทโดยหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4) ระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท ตามมาตรา 157

**************

ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

หลังจากเกิดการเฉี่ยวชนกันแล้วรถบีเอ็มขับตามรถกระบะและขับแซงปาดหน้าไปมา เมื่อถึงจุดเกิดเหตุรถบีเอ็มขับขึ้นหน้ารถกระบะเล็กน้อยและหักพวงมาลัยไปทางขวาและหักกลับมาทางซ้ายอย่างเร็วและแรงเป็นเหตุให้ช่วงท้ายด้านขวาของรถบีเอ็มไปกระแทกช่วงหน้าด้านซ้ายของรถกระบะทำให้รถกระบะเสียหลักพุ่งชนขอบทางซึ่งเป็นปูนซิเมน และคนโดยสารในรถได้รับอันตรายสาหัส

การกระทำของคนขับรถบีเอ็มเป็นการกระทำความผิดโดยเจตนา ซึ่งอาจจะเป็นความผิดฐานเจตนาทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

หรืออาจเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า ซึ่งต้องรับผิดสองในสามส่วนของความผิดฐานฆ่าคนตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ซึ่งระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี

**** ข้อสังเกต

ถ้าพนักงานสอบสวนตั้งฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลและในทางพิจารณาของศาลเห็นว่าเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า ศาลจะลงโทษในความผิดฐานพยายามฆ่าไม่ได้ เพราะกฎหมายห้ามศาลลงโทษในความผิดที่ไม่ได้ฟ้อง คงลงโทษได้แต่ในฐานความผิดทำร้ายร่างกาย

แต่หากพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาฟ้องฐานพยายามฆ่าคนตายซึ่งมีอัตราโทษที่สูงกว่า เมื่อคดีขึ้นเมื่อคดีขึ้นสู่ศาลและในทางพิจารณาของศาลเห็นว่าเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ศาลสามารถลงโทษในฐานความผิดทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสซึ่งมีอัตราโทษเบากว่าได้อยู่แล้ว

โดยปกติทั่วไปหากข้อเท็จจริงก้ำกึ่งว่าจะเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า หรือจะเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการจะตั้งข้อหาหนักไว้ก่อน เพราะหากตั้งข้องหาเบาแต่ในทางพิจารณาของศาลได้ความว่าเป็นข้อหาหนักศาลจะลงโทษข้อหาหักไม่ได้เพราะกฎหมายให้ลงโทษได้ไม่เกินข้อหาที่ฟ้อง

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SMART LAWผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท