31/08/2021
เออร์โก้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความแตกต่างในการดูแลรักษา ระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง และรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าแบบ 100%
- การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ทางค่ายรถจะแนะนำให้เจ้าของรถ นำรถเข้ารับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ที่ทุกๆ 8,000 – 10,000 กม. หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกๆ 6 เดือน ในขณะที่รถไฟฟ้า สามารถมองข้ามเรื่องนี้ไปได้เลย
- เครื่องยนต์ ในรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนมากมายหลายชิ้น เมื่อเกิดการเสื่อมสภาพ ก็ต้องไล่เปลี่ยนซ่อมแซมมากกว่า ค่าซ่อมถูกบ้างแพงบ้างปะปนกันไป ต่างจากรถไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์ในการขับเคลื่อน มีจุดที่ต้องดูแลแก้ไขน้อยกว่า แต่ถ้าพังค่าอะไหล่ส่วนใหญ่จะแพงกว่า
- การเปลี่ยนแบตเตอรี่ จุดนี้เป็นจุดที่รถน้ำมันมีข้อได้เปรียบมากกว่า ยกตัวอย่างราคาของแบตเตอรี่รถ Tesla จะอยู่ที่ 162,000 – 220,000 บาท ในขณะที่ ราคาค่าเปลี่ยนถังน้ำมันใหม่อยู่ที่ 32,000 บาท
- ยาง เรื่องของยางนั้นเป็นเรื่องที่เสมอกันทั้งรถไฟฟ้าและรถน้ำมัน การดูแลรักษาหรือการภาระค่าใช้จ่ายเหมือนกัน
- เบรก ก็เป็นส่วนที่ทั้งเจ้าของรถน้ำมันและรถไฟฟ้าต้องดูแลเหมือนกัน ซึ่งตามคำแนะนำควรจะเปลี่ยนเบรคใหม่เมื่อผ่านการใช้งานไปแล้ว 80,000 กิโลเมตร หรือเร็วกว่านั้นขึ้นอยู่กับการใช้งาน
และทั้งหมดนี้ก็คือข้อแตกต่างในการดูแลเบื้องต้น จะเห็นว่าความยุ่งยากต่างๆในการบำรุงรักษาน้อยลงไปมาก ก่อนที่เราจะเชื่ออย่างนั้น เออร์โก้ จึงอยากพิสูจน์ด้วยตัวเอง โดยนำรถ Wuling miniEV ไปเข้าศูนย์บริการค่ายเหลืองใกล้ๆกับโชว์รูมเรากันดู
การบริการเรื่องยาง ,เบรก และช่วงล่าง ทำได้อย่างง่ายดาย อะไหล่ทดแทนต่างๆมีให้เลือกมากมาย ความรวดเร็วจากช่างผู้ชำนาญ ทำให้ทุกอย่างดูง่ายไปหมด พูดคุยช่างไปพลางถ่ายรูปมาฝากลูกเพจเออร์โก้ไปพลาง ไม่ทันได้เข้าไปนั่งรอในห้องรับรอง ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย!!!
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการ #รักษ์โลกอย่างมีสไตล์ ไปกับพวกเราชาวเออร์โก้ รถไฟฟ้า100% ราคาประหยัดแถมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาก็ไม่แพง คลิ๊กเลย!! รออะไร!?!