สื่อเรียนรู้สำหรับเด็ก บ้านลูกรัก

  • Home
  • China
  • Shenzhen
  • สื่อเรียนรู้สำหรับเด็ก บ้านลูกรัก

สื่อเรียนรู้สำหรับเด็ก บ้านลูกรัก ผลิตสื่อเรียนรู้สำหรับลูกรัก สื่อ?

20/11/2022

จัดส่งให้แล้วนะจ๊ะ Thank U ❤️🧡💛
--------------------------
สื่อเรียนรู้ บ้านลูกรัก
แถมฟรีเทปกาวสำหรับติดผนัง
#ส่งฟรี 1-3 ถึง มีบริการเก็บเงินปลายทาง
---------------------------------------
วัสดุ : ผ้าไวนิล 360g กันแดด กันฝน กันน้ำ สีไม่ซีด สีทน อยู่ได้นาน
---------------------------------------
สอบถามและสั่งซื้อทางข้อความ Inbox และหน้าเพจได้เลย
โทร.สอบถาม 0807915677,0938926954
หรือไอดีไลน์ https://line.me/ti/p/qXcS1FgULk
-----------------------------------------------
สั่งผ่าน shopee : https://shope.ee/fobc2pRR3

30/10/2022

จัดส่งให้ทุกออเดอร์ แล้วนะจ๊ะ Thank U ❤️🧡💛
--------------------------
สื่อเรียนรู้ บ้านลูกรัก
แถมฟรีเทปกาวสำหรับติดผนัง
#ส่งฟรี 1-3 ถึง มีบริการเก็บเงินปลายทาง
---------------------------------------
วัสดุ : ผ้าไวนิล 360g กันแดด กันฝน กันน้ำ สีไม่ซีด สีทน อยู่ได้นาน
---------------------------------------
สอบถามและสั่งซื้อทางข้อความ Inbox และหน้าเพจได้เลย
โทร.สอบถาม 0807915677,0938926954
หรือไอดีไลน์ https://line.me/ti/p/qXcS1FgULk
-----------------------------------------------
สั่งผ่าน shopee : https://shope.ee/fobc2pRR3

ควรสอนลูกให้จับปลา ไม่ใช่จับปลาให้ลูก (ข้อคิดดีๆที่อยากให้อ่าน)การสร้างครอบครัวที่ดี เป็นพื้นฐานของการมีครอบครัวที่มีควา...
24/10/2022

ควรสอนลูกให้จับปลา ไม่ใช่จับปลาให้ลูก (ข้อคิดดีๆที่อยากให้อ่าน)

การสร้างครอบครัวที่ดี เป็นพื้นฐานของการมีครอบครัวที่มีความสุข มีความสมบูรณ์แบบ ในแต่ละครอบครัวมีเลี้ยงดูลูกที่แตกต่างกันออกไป บางครอบครัวหยิบยื่นให้จนลูกไม่รู้จัก

ความลำบาก ได้สิ่งของนั้นมาง่ายๆ บางครอบครัวก็มีวิธีการสอนลูกให้รู้จักกับความลำบาก ก่อนที่จะสบาย วัยรุ่นคนหนึ่งขอเงินแม่ไปเที่ยว แม่บอกว่า “ลูกรู้ไหมว่าสมัยแม่อายุเท่าลูก

ไม่เคยเที่ยวที่ไหน ต้องทำงานทุกอย่าง พับถุงกระดาษขาย ตัดใบตองให้แม่ค้า เงินทองหายาก แต่ละบาทแต่ละสตางค์ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ จะไปเที่ยวอย่างนี้ไม่ได้… “เด็กฟังแม่เงียบๆ”

ลูกต้องรู้จักความลำบาก ไม่งั้นอีกหน่อยเกิดตกยากแล้วจะทำยังไง ขึ้นรถเมล์ก็ไม่เป็น ใช้เงินอย่างนี้ จะเอาตัวรอดได้ยังไง…” เมื่อแม่เทศน์จบ ก็ควักเงินยื่นให้ลูก นี่ไม่ใช่เรื่องแต่ง

พ่อแม่จำนวนมากทำอย่างนี้ เมื่อลูกขอเงินไปเที่ยว จะเทศน์ลูกหลายกัณฑ์ เล่าย้อนไปถึงชีวิตลำบากของตนในวัยเท่ากัน แล้วลงท้ายให้เงินลูกไป! คนหาเช้ากินค่ำ สมัยก่อนไม่มีคำว่า

“มรดก” ในพจนานุกรมชีวิต ทุกอย่างในชีวิตต้องหามาเองด้วยสองมือ ทว่าคนรุ่นนี้เมื่อลืมตาอ้าปากได้และเป็นพ่อแม่ มักจะทำให้ลูกเสียคนโดยไม่ตั้งใจ พ่อแม่จำนวนมากเก็บเงินเก็บทอง

ไว้โดยไม่ยอมใช้ บอกว่า “เก็บไว้ให้ลูก” เหตุผลอาจเพราะ พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกผ่านความลำบากเหมือนตัวเอง การให้ทุกอย่างแก่ลูกเหมือนสะท้อนสิ่งที่ตัวเองอยากได้ในวัยเด็ก

แต่มันกลับสร้างนิสัยที่ไม่สู้งานหนักไปโดยปริยาย ไม่มีเงินเป็นปัญหา มีเงินก็เป็นปัญหา! บางครั้งและบ่อยครั้งการมีเงินมากอาจทำให้เลี้ยงลูกยากขึ้น เงินก็เหมือนคอเลสเตอรอล

น้อยไปก็ไม่ดี มากไปก็อั นตร า ย ในสังคมบู ช าคนรวยและการรวยทางลัด การอบรมสั่งสอนเด็ก เดี๋ยวนี้ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสิ่งเร้ารอบตัว ทางเดียวที่จะให้เด็กโตขึ้นแล้วยืนด้วยตัวเองได้

คือต้องสอนเรื่องวินัยการใช้เงิน ไม่พอกพูนด้วยคอเลสเตอรอลแห่งวัตถุนิยมมากเกินไปจนเด็กอ่อนแอ พ่อแม่ต้องมองภาพกว้างและมองให้ออกว่า หากให้มากเกินไปจะทำให้ลูกอ่อนแอ

หรือไม่ ทำอะไรไม่เป็นเลยหรือเปล่า ความรักย่อมเป็นเรื่องดี แต่ต้องรักให้ถูกวิธีด้วย คนรวยที่ฉลาด รู้ว่าการได้เงินเป็นเรื่องง่ายกว่าการสูญเสียเงิน และคนที่ไม่รู้จักหาเงินมักเสียเงิน

ได้ง่ายกว่า คนที่รวยจากสมบัติที่ได้มาง่ายๆ จากมรดกอาจจะขาดความรู้สึกดีๆ ของการสร้างตัวด้วยมือตัวเอง มีตัวอย่างจริงไม่น้อย ที่คนรวยแบ่งสมบัติครึ่งหนึ่งให้อ ง ค์ ก ร การกุศลและ

ที่เหลือให้ลูกหลาน เพื่อให้เด็กเรียนรู้ที่จะยืนด้วยตัวเอง มหาเศรษฐีลำดับต้นๆ ของโลก ว อ ร์เ ร น บั ฟเ ฟ ต ต์ บอกว่า ลูกๆ ของเขาจะต้องแผ้วถางทางของพวกเขาเอง แน่นอนลูกๆ ของเขา

ก็รู้ว่าเขารอช่วยทุกอย่าง แต่ก็ต้องลงแรงทำงาน บั ฟ เ ฟ ต ต์เชื่อว่า การให้เงินทองแก่ลูกหลานด้วยจำนวนที่มากพอสบายทั้งชีวิต “เพียงเพราะพวกเขาออกมาจากมดลูกที่ถูกต้อง” เป็นเรื่อง

อั นต ร า ย เพราะการให้อาจทำร้า ยลูก บั ฟเ ฟ ตต์จึงให้มรดกแก่ลูกหลาน “มากพอที่พวกเขารู้สึกว่าสามารถทำอะไรก็ได้ แต่ไม่มากพอที่พวกเขาไม่ต้องทำอะไรเลย” เราต้องสอนเด็กค่านิยม

ชื่นชมบุคคลที่สร้างตนเองจากศูนย์ หาเงินอย่างสุจริต รู้คุณค่าของการทำงาน การสร้างตัว ไม่กลัวงานหนัก สิ่งที่ควรให้ลูกมากกว่าเงินก็คือความเอาใจใส่ รับรู้กิจกรรมที่ลูกทำ เป็นเพื่อนกับลูก

นี่อาจเป็นสิ่งที่มีค่ากว่าการให้เงินอย่างเดียว และตามสุภาษิตจีนที่ว่า “สอนลูกจับปลา ไม่ใช่จับปลาให้ลูก”

ขอบคุณที่มา : p o s t s o d . c o m

4 เทคนิค ในการเลี้ยงลูกให้โตมาเอาตัวรอดในสังคมได้1 จงสอนให้เขารู้จักแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้การแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่า...
19/10/2022

4 เทคนิค ในการเลี้ยงลูกให้โตมาเอาตัวรอดในสังคมได้
1 จงสอนให้เขารู้จักแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้

การแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นซ่ อมของที่ชำรุด หรือรับมือ

กับสถานการณ์ที่แสนอึ ดอั ด เป็นทักษะ ติ ด ตัวที่ แสดงถึงการมีไหวพริบ

ของเด็ กๆ และถ้าเด็ กคนไหนที่มี ทักษะนี้ แน่นอนว่าพวกเขา

จะสามารถเอาตัวรอดได้ก่อน เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ อย่ างแน่นอน

ยกตัวอย่ างเช่น เมื่อเขา เจอกับปัญหา จะแก้ไขปัญหานั้นอย่ างไรดี

คุณพ่อคุณแม่ ลองช่วยลูกให้ฝึกทักษะนี้ได้ง่าย ๆ โดยการลองให้ลูกรู้จัก

จินตนาการดู หรือจะจำลองเป็น เกมก็สนุกไม่แพ้กันเลยนะ คุณอาจจะเริ่มจาก

อะไรง่าย ๆ ก่อน เช่น ตั้งคำถามให้ชวน คิด ว่าถ้าวันนี้เขาลืมนำการบ้าน

มาส่งครูที่โรงเรียน เขาจะ แก้ปัญหาได้อย่ างไรบ้าง และเชื่อว่าปัญหานี้

ตอนคุณพ่อ คุณแม่เป็นเด็ ก ๆ ก็อาจจะเคยเผชิญมา กับตัวมาบ้างแน่นอน

ถ้าเป็นตอนนั้น เราคงจะโดนครูทำโท ษใช่มั้ยล่ะ เราก็ลอง ให้เขาใช้จินตนาการ

ดูว่าในยุคของของเขา จะแก้ปัญหา อย่ างไร อาจจะขอโทรหาคุณพ่อคุณแม่

ให้นำมาให้หรือ อาจจะขอเลื่อนส่ง คุยกับครูตรง ๆ ไปเลยมั้ยนะ

2 สอนให้มีอะไรก็บอกพ่อแม่ได้ทุกอย่ าง

กุญแจสำคัญในการ เอาตัวรอดของพวกเขาในยุคนี้นั่นก็คือ การเปิดใจพูดคุยกัน

ในครอบครัว พ่อแม่ลูกต้องสามารถบอก เล่า กล้าพูดกล้าแสดงออก

ในสิ่งที่เผชิญมา หากรู้สึกอึดอัด ใจต่อกันได้ ก็ต้องมาคุยกัน แต่กว่าลูกของเรา

จะไปถึงจุดนั้น ได้ แน่นอนว่า ความสัมพันธ์ ความใกล้ชิดสนิทสนมของคน

ในครอบครัวก็ต้องเป็นตัว ช่วยขับเคลื่อนที่สำคัญให้เขาด้วย ลองนึกภาพตามว่า

เมื่อลูกเจอเพื่อน แกล้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ด้วยความที่กลั วแม่ดุ ด้วยมุมมอง

ของเด็ กนั้น เขาอาจจะคิด ว่า เขาเป็นฝ่ายผิด เลยยอมให้เพื่อนแก ล้ง

จึงไม่กล้ าเล่าให้ พ่อแม่ฟัง นั่นเอง

3 สอนลูกให้ทันสถานการณ์ฉุ ก เ ฉิ น

ทันสถานการณ์ฉุ ก เ ฉิ นในที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นภั ย พิ บั ติต่างๆ น้ำท่ว ม แผ่นดินไหว

หรือโดนทำร้ ายร่ างก ายก็ตาม จริง ๆ แล้วโอกาสที่จะเกิด แม้มันอาจจะน้อย

แต่การที่เราให้เขาได้ เตรียมตัวให้พร้อมรับ หรือเอาตัวรอดในทุกสถาน การณ์ให้ได้

ก็จะทำให้ลูก ของเรากล้าแกร่ง และได้เปรียบเด็ กๆ ในรุ่นเดียวกัน เราสามารถ

สอนลูกได้ล่วงหน้าว่า เขาควรทำตัวอย่ างไรเมื่อ เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆขึ้น

เช่น ถ้าเกิดพลัดหลง กับคุณพ่อคุณแม่ อาจจะให้เขา ลองมองหาคนที่น่าจะ

ช่วยเหลือได้ และสอนลูก ให้จำทางกลับบ้าน ด้วยตนเองได้

4 ต้องปรับตัวเข้ากับสังคมให้เป็น

อย่ าลืมว่าคนเรายิ่งโต สังคมก็ยิ่งกว้างขึ้นตามไปด้วย พวกเขาเองก็เช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นการ ย้ า ย โรงเรียน การทำกิจก รร มต่าง ๆ นอกโรงเรียน

การไปเรียนที่สถาบัน กวดวิชา คุณพ่อคุณแม่ต้องเลี้ยงลูก ให้รู้จักความยืดหยุ่น

ให้เค้ารับรู้ว่าโลกข้างนอก มีผู้คนมากมาย หลากหลายรูปแบบ ไม่มีใคร

ที่เราชอบ หรือชอบเราตลอดเวลา เขาต้องเข็มแข็งพร้อมปรับตัวเป็นมิตร

กับคนอื่น มองโลกในแง่ดี แต่ก็อย่ าดีจนเกินไป อยู่ตรงไหนแล้ว

รู้สึกไม่ดี อึดอัด ก็ลองถอยออกมา ตอนนี้เขาอาจจะยัง ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร

ว่ามันคืออะไร ลองพูดคุยกับลูกบ่อย ๆ ถามเค้าว่าวันนี้เป็น ยังไงบ้าง สนุกไหม

ลองคุยกับคุณครูของลูก ปรึกษาเพื่อนๆ แม่ ๆ ดูบ้าง แลกเปลี่ยนกันและกัน

แล้วเราจะได้รู้จัก ลูกในมุม ที่ห่างอกเรามากขึ้น

ขอขอบคุณที่มา the-wayoflife

7 วิธีในการสอนลูก ให้ลูกฟังเรา แม้ในตอนที่เขากำลังโมโหอยู่บางครั้งที่ลูกเราดื้ อ หรือซนนั้น อาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายๆอ...
09/10/2022

7 วิธีในการสอนลูก ให้ลูกฟังเรา แม้ในตอนที่เขากำลังโมโหอยู่

บางครั้งที่ลูกเราดื้ อ หรือซนนั้น อาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายๆอย่ างที่เป็นสิ่งที่หล่อหลอม
พฤติก รร ม ของลูก รวมถึงวิธีการเลี้ยงดูลูกของพ่อแม่ด้วยเช่นกัน และคุณพ่อคุณแม่สามารถ
ปรับเปลี่ยนพฤติก ร ร มของลูกให้ไปในทางที่ดีได้ด้วยวิธีการพูดหรือการสื่อส ารกับลูกในเวลา
ที่เขาดื้ อรั้น หรือไม่เชื่อฟังและกำลังต่อต้านเรานั่นเอง ซึ่งการสื่อสารด้วยการพูดเป็นสิ่งที่สำคัญ
มาก เพราะว่ามันสามารถกระทบต่อพฤติกร ร มการรับฟังของลูกได้อย่ างดี โดยเฉพาะในช่วงวัย
2 -5 ขวบ เเละเด็ กจะเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง แต่ว่าเขายังสื่อส ารและยังควบคุมอารมณ์ได้

ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จึงทำให้ใครหลายๆ คนมองว่ ลูกเรานั้นเป็นเด็กดื้ อ วันนี้เราจึงมี 7 วิธีพูดอย่ าง

ไรให้ลูกเชื่อฟัง แม้ลูกกำลังโ มโ หอยู่ มาเป็นตัวช่วยให้กับคุณพ่อคุณแม่จัดการกับลูกได้นั่นเอง

วิธีที่ 1. พูดให้ลูกได้คิด

วิธีนี้ก็คือ คุณพ่อคุณแม่ลองพูดข้อดี ข้อเสี ยให้ลูกได้ลองคิด

ได้ไตร่ตรอง รวมทั้งคิดถึงผลที่จะตามมาจากการกระทำของ

ตนเองว่าที่เขาทำลงไปนั้น เขาทำถูกหรือทำผิด การที่ปล่อย

ให้ลูกได้ลองนั่งคนเดียว หรืออยู่กับตัวเองจะช่วยให้อารมณ์

ของลูกสงบลงได้นั่นเอง

วิธีที่ 2.ใช้คำพูดในเชิงบวกกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ต้องพย าย ามอย่าใช้คำพูดว่า “ ไม่ ” หรือ “ ห้ าม ”

กับลูก รวมทั้งปรับเปลี่ยนการใช้คำพูดต่างๆ ให้เป็นในด้านบวก

จะดีมาก เช่น ถ้าเราไม่อย ากให้ลูกวิ่ง แทนที่จะบอกว่าอย่ าวิ่งสิลูก

ให้เปลี่ยนเป็นเดินช้าๆ สิลูก การบอกเขาเช่นนี้นั้นลูกจะยอมเชื่อฟัง

และปฏิบัติตามได้ง่ายกว่า

วิธีที่ 3. ใช้น้ำเสียงให้ถูกต้อง และถูกเวลา

การที่คุณคุยกับลูกด้วยเสียงที่ดัง ตะโกนหรือตะเบงเสียงใส่เขา

อยู่ตลอดเวลานั้น เขาจะไม่เข้าใจว่าเราต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

พูดธรรมดาหรือว่ากำลังดุเขา ซึ่งอาจจะส่งผลให้เขาไม่ฟังหรือไม่

ปฏิบัติตามคุณได้ ทางที่ดีแล้วนั้น จึงต้องบอกให้เขาฟังว่าน้ำเสียง

แบบนี้แปลว่าอะไร แบบนี้คือแม่กำลังโก รธอยู่นะ หรือแค่เตื อนให้

เขารับรู้สิ่งที่เราต้องการที่อย ากจะสื่อไปให้จริงๆ ด้วยน้ำเสียงที่ราบ

เรียบ แต่ทรงพลั งนั่นเอง และสิ่งสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยงเลย ก็คือ

หากเราใช้น้ำเสียงที่ดังดุลูกบ่อยๆ อาจทำให้เขาติดพฤติก รร มนั้น

จนกลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีจากเราตอนที่โ ม โ หก็ได้นะ

วิธีที่ 4.พูดให้เข้าใจง่าย สั้นๆ และกระชับใจความ

เพราะเด็ กวัยนี้ยังไม่สามารถฟังและทำสิ่งต่างๆ หลายๆ อย่ างได้

ในเวลาเดียวกันพวกเขาจะจับใจความได้เพียงอย่ างเดียวเท่านั้น

หากฟังสิ่งที่ย าวๆ เด็ กก็จะงง งอแงและลืมได้ง่าย ดังนั้นแล้วเมื่อ

ลูกกำลังโ มโ หให้พูดกับลูกสั้นๆ แบบกระชับ ไม่บ่ น หรือยืดเยื้อ

บอกแค่ว่าเขาทำผิดอะไร และให้โอกาสเขาได้ลองทบทวนกับ

ตัวเองว่าผิดจริงมั้ย?? จากนั้นค่อยหันหน้าให้ลูก เปิดใจรับฟังปัญ

หาแล้วค่อยจับเข่าคุยกันอีกที

วิธีที่ 5. มีทางเลือกให้ลูกตัดสินใจ

หากลูกดื้ อแล้วเราอย ากให้ลูกทำตามในสิ่งที่เราพูด เราควรเสนอ

ทางเลือกให้เขาได้เลือกเอง เพราะเขาจะรู้สึกมีอำนาจในการตัดสิน

ใจ เช่น หนูจะเล่นต่ออีก 1 หรือ 2 นาทีก่อนจะไปอาบน้ำดีคะ?

วิธีที่ 6. อ่อนโยน แต่ เ ด็ ด ข า ด

คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้จักการเลือกใช้คำพูดให้ลูกรู้สึกยอมฟังหรือ

เรียกอีกอย่างว่า “ อ่อนโยน แต่เด็ ดข าด ” นั่นเอง ควรใช้คำพูด

ไม่สั่งลูกจนเกินไป แต่ก็ยังคงอ่อนโยนไม่ทำให้ลูกหว าดกลั ว

วิธีที่ 7. เรียกชื่อลูกอยู่เสมอ ไม่ว่าจะพูดให้ลูกทำอะไร

วิธีนี้จะช่วยดึ งดู ดความสนใจของลูกเราก่อน ให้เขาหันมาสนใจ

และตั้งใจฟังในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กำลังจะพูดโดยวิธีการพูดนั้น

คือให้เรียกชื่อลูกแล้วหยุดเรียกจนกว่าลูกจะหันมามองเราอย่ าง

ตั้งใจ แล้วถึงค่อยอธิบายเหตุผล ต่างๆ ให้ลูกเข้าใจในเรื่องที่ทำ

ให้ลูกโก รธ หรือโ มโ ห ที่สำคัญต้องคุยกับลูกด้วยเหตุผลเป็นหลัก

เช่น เบลลูก เบลเงยหน้ามามองแม่ก่อนนะคะ เป็นต้น

ขอบคุณที่มา p a r e n t s o n e

"ขอไว้อาลัยและแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้สูญเสียทุกท่านจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่จังหวัดหนองบัวลำภู"
06/10/2022

"ขอไว้อาลัยและแสดงความเสียใจ
กับครอบครัวผู้เสียชีวิต
และผู้สูญเสียทุกท่าน
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ
ที่จังหวัดหนองบัวลำภู"

เทคนิคเลี้ยงลูกให้ฉลาด เอาตัวรอดเป็นBy adminyindePosted on 2 hours ago5 second read 0 234ในบทความนี้ คุณพ่อคุณแม่จะได้ทร...
04/10/2022

เทคนิคเลี้ยงลูกให้ฉลาด เอาตัวรอดเป็น
By adminyindePosted on 2 hours ago5 second read 0 234

ในบทความนี้ คุณพ่อคุณแม่จะได้ทราบถึง วิธีการที่จะช่วยพาลูกให้ถึงฝั่งฝัน วิธีเลี้ยงลูกให้ฉลาด เอาตัวรอดในทุกสถานการณ์ของชีวิต

ที่บางทีลูกของเราอาจจะยังเด็กเกินไป อาจจะรู้แต่ยังไม้เข้าใจ หรือถ้ามี คุณพ่อคุณแม่ช่วยผลักดัน รับรองว่าแซงโค้งเด็กวัยเดียวกันแน่นอน

ต้องเข้าสังคมได้ ปรับตัวเป็น

ยิ่งโต สังคมเรายิ่งกว้างค่ะ น้อง ๆ เองก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการย้ายโรงเรียน การทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกโรงเรียน การไปเรียนที่สถาบันกวดวิชา คุณพ่อคุณแม่ต้องเลี้ยงลูก ให้รู้จักความยืดหยุ่นค่ะ ให้เค้ารับรู้ว่าโลกข้างนอก มีผู้คนหลายแบบ ไม่มีใครที่เราชอบหรือชอบเราตลอดเวลา

ต้องเข็มแข็งพร้อมปรับตัว เป็นมิตร มองโลกในแง่ดี แต่ก็อย่าดีจนเกินไป อยู่ตรงไหนแล้วรู้สึกไม่ดี อึดอัด ก็ลองถอยออกมา ตอนนี้น้อง ๆ อาจจะยังไม่เข้าใจค่ะ ว่ามันคืออะไร ลองพูดคุยกับลูกบ่อย ๆ

ถามเค้าว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง สนุกไหม ลองคุยกับคุณครูของลูก ปรึกษาเพื่อน ๆ แม่ ๆ ดูบ้าง แลกเปลี่ยนกันและกัน แล้วเราจะได้รู้จักลูกในมุมที่ห่างอกเรามากขึ้น

ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นซ่อม ของที่ชำรุด รับมือกับสถานการณ์อึดอัด เป็นทักษะติดตัวที่แสดงถึงการมีไหวพริบของน้อง ๆ ค่ะ น้องคนไหนที่มีทักษะนี้ แน่นอนว่า จะสามารถเอาตัวรอดได้ไปก่อนเพื่อน ๆ แน่นอน เช่นเมื่อเราเจอปัญหา น้อง ๆ จะแก้อย่างไรดี

คุณพ่อคุณแม่ลองช่วยลูกให้ฝึกทักษะนี้ได้ง่าย ๆ ลองให้ลูกจินตนาการดู หรือ จะจำลองเป็นเกมก็สนุกไม่แพ้กันนะคะ อาจะเริ่มจากอะไรง่าย ๆ เช่น เป็นคำถามชวนคิด ถ้าวันนี้น้อง ๆ ลืมนำการบ้านมาส่งครู น้อง ๆ จะแก้ปัญหาอย่างไรได้บ้าง

แหะ ๆ ปัญหานี้ ตอนเด็ก ๆ คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะเคยเผชิญมากับตัวแน่นอน ถ้าเป็นตอนนั้น เราคงจะโดน ครูทำโทษใช่มั้ยล่ะคะ ลองให้น้อง ๆ ใช้จินตนาการดูมั้ยคะ ว่าในยุคของลูก ลูกเราจะแก้ปัญหาอย่างไร

อาจจะขอโทรหาคุณพ่อคุณแม่ให้นำมาให้หรืออาจจะขอเลื่อนส่ง คุยกับครูตรง ๆ ไปเลยมั้ยนะ

ต้องทันสถานการณ์ฉุกเฉิน

ไม่ว่าจะเป็น ภั ย พิ บั ติ ไ ฟ ไ ห ม้ น้ำ ท่ ว ม แ ผ่ น ดิ น ไ ห ว หรือ โดน ทำ ร้ า ย ร่ า ง ก า ย จริง ๆ แล้วโอกาสที่จะเกิดแม้จะน้อย แต่การเตรียมตัวน้อง ๆ ให้พร้อมรับ เอาตัวรอดทุกสถานการณ์ก็ทำให้ลูกของเรากล้าแกร่ง และได้เปรียบเด็ก ๆ ในยุคเดียวกันค่ะ

เราสามารถสอนลูก ๆ ได้ล่วงหน้าค่ะ ว่าลูกควรทำตัวอย่างไร เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น ถ้าเกิดพลัดหลงกับคุณพ่อคุณแม่ ให้ทำยังไงดี อาจจะให้น้อง ๆ ลองมองหาคนที่น่าจะช่วยเหลือได้ และ สอนลูกให้จำทาง สามรถเดินทางกลับบ้านด้วยตนเองได้

สอนให้มีอะไรบอกพ่อแม่ได้ทุกอย่าง

ขอพูดถึง กุญแจสำคัญในการเอาตัวรอด ในยุคนี้แก่น้อง ๆ ค่ะ นั่นก็คือ การเปิดใจพูดคุยกันในครอบครัว พ่อแม่ลูกต้องสามารถบอกเล่า กล้าพูดกล้าแสดงออกในสิ่งที่เผชิญมา อีดอัดใจต่อกันได้ค่ะ แต่ลูกของเราจะไปจุดนั้นได้

แน่นอนว่า ความสัมพันธ์ ความใกล้ชิดสนิทสนมของคนในครอบครัวเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ ลองนึกภาพตามว่าน้องเจอเพื่อนแกล้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ด้วยความที่กลัวแม่ดุซ้ำ ด้วยมุมมองของเด็ก อาจจะคิดว่า เค้าเป็นฝ่ายผิด ยอมให้เพื่อนแกล้งจึงไม่กล้าเล่าให้พ่อแม่ฟัง

เห็นไหมคะ ปัญหาจึงเกิด แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราสนิทกัน เป็นทั้งพ่อแม่ เป็นทั้งพี่น้อง เพื่อนและที่ปรึกษาน้องก็จะเต็มใจและยินดีที่จะ แ ช ร์ เรื่องราวในชีวิตให้คุณพ่อคุณแม่ฟังอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณ o n d e m a n d

สื่อติดผนังสำหรับลูกรัก
---------------------------------------
วัสดุ : ผ้าไวนิล 360g กันแดด กันฝน กันน้ำ สีไม่ซีด สีทน อยู่ได้นาน
---------------------------------------
สอบถามและสั่งซื้อทางข้อความ Inbox และหน้าเพจได้เลย
โทร.สอบถาม 0807915677,0938926954
หรือไอดีไลน์ https://line.me/ti/p/qXcS1FgULk
-----------------------------------------------
สั่งผ่าน shopee : https://shope.ee/fogYXI5Tc

อยากให้ลูกได้ดีคนเป็นพ่อแม่ อย่าเอาความหวังไปวางที่ไหล่ลูก (ข้อคิดการเลี้ยงลูก)1. ไม่ต้องหวังว่าให้เขาเป็นอย่างนั้นอย่าง...
01/10/2022

อยากให้ลูกได้ดีคนเป็นพ่อแม่ อย่าเอาความหวังไปวางที่ไหล่ลูก (ข้อคิดการเลี้ยงลูก)
1. ไม่ต้องหวังว่าให้เขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้

อย่าเอาความหวังมาไว้บนไหล่ลูก อย่าสร้างภาระให้เขาเพราะความหวังเดียวที่ควรมีต่อลูกคือ ให้เขาดำรงชีพได้อย่างเป็นสุข

ให้อยู่ได้ในวันที่ไม่มีพ่อแม่ประคอง

2. การเลือกทน เพียงเพื่อครอบครัวสมบูรณ์

มันไม่ใช่แค่อยู่กันพร้อมหน้ากัน หากอยู่แล้วไม่นำพามันก็ไม่รู้หน้าที่ มีไปก็ ป่ ว ย การเปล่าๆ

3. จงฝึกสั่งสอนลูกๆ ของตน ด้วยรักและเมตตา

สอนในวันนี้ มันดีกว่าปล่อยให้โตไปแบบที่ลูกไม่รู้ และถูกสังคมสอนเขาเอง

4. จงสอนเรื่องความกตัญญู

นั่นเพราะเรา ต้องทำให้ลูกดูอีกอย่างคือ ไม่ใช่มาลำเลิกตอนโตว่าให้ลูกกตัญญู

5. ลูกชายนั้นเป็น เ พ ศ ทางเลือก

มันก็ไม่ใช่เรื่องต้องทุ กข์อะไร เพราะตราบเท่าที่ลูกมีความสุข ไม่ทุ กข์เป็นคนดี มีสำนึกที่ดี

มีชีวิตคุณภาพ เท่านี้ก็นับว่าประเสริฐกว่าเรื่อง เ พ ศ สภาพใดๆ แล้ว

6. อย่ากดดันให้เขาต้อง เรียนเก่ง เรียนดี

เพียงสอนให้ลูก “เรียนรู้ อยู่ได้ด้วยตัวเอง” นี่แหละ เป็นมรดกชีวิตที่เราควรมอบให้ลูกๆ

7. การที่ลูกสาวไม่แต่งงาน

มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หรือน่าอายอะไรเลย ถ้าลูกมีชีวิตที่สมบูรณ์เองได้พึ่งตัวเองเป็น ส่วนผู้ชายนั้นก็แค่องค์ประกอบ

8. สอนลูกสาวว่าไม่ต้องแข่ง เพื่อที่จะให้เท่ากับผู้ชาย

และอีกอย่าง คือสอนลูกชายว่าอย่าไปเอาเปรียบผู้หญิงเพราะโลกทุกวันนี้ทุก เ พ ศ

ควร ให้เกียรติเพื่อนมนุษย์เท่าๆ กัน



ขอบคุณ : c h a y e n d

สื่อติดผนังสำหรับลูกรัก
---------------------------------------
วัสดุ : ผ้าไวนิล 360g กันแดด กันฝน กันน้ำ สีไม่ซีด สีทน อยู่ได้นาน
---------------------------------------
สอบถามและสั่งซื้อทางข้อความ Inbox และหน้าเพจได้เลย
โทร.สอบถาม 0807915677,0938926954
หรือไอดีไลน์ https://line.me/ti/p/qXcS1FgULk
-----------------------------------------------
สั่งผ่าน shopee : https://shope.ee/fogYXI5Tc

พ่อแม่หลายคน ชอบช่วยเหลือ ลูกอยู่ตลอดเวลา เพราะกังวลว่า ลูกจะทำอะไรหลายๆ อย่างได้ไม่ดีพอ แต่คุณรู้ไหม ว่าการทำแบบนี้ จะเ...
27/09/2022

พ่อแม่หลายคน ชอบช่วยเหลือ ลูกอยู่ตลอดเวลา เพราะกังวลว่า ลูกจะทำอะไรหลายๆ อย่างได้ไม่ดีพอ แต่คุณรู้ไหม ว่าการทำแบบนี้ จะเป็นการทำให้ลูกของคุณกลายเป็น

คนอ่อนแอที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ วันนี้มีงานวิจั ย เผยว่า 3 ข้อ ที่หากแม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย หรือมีส่วนช่วยเหลือลูกๆ ได้น้อยที่สุดจะส่งผลดีกับลูกมากที่สุด

1. แม่ต้องขี้เกียจบ่นหรือพูดมาก ให้ลูกเรียนรู้ที่จะเติมโตด้วยตนเอง

พ่อแม่หลายคน ชอบสร้างความคาดหวังในตัว ลูกมากเกินไป อย ากให้ลูกทำตามสิ่งที่ตัวเอง นั้นต้องการเพราะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับลูก แต่การทำแบบนี้ จะทำให้ลูกรู้สึก

อึดอัดกดดันและกลายเป็นไม่อย ากฟัง และทำเป็นหูทวนลม ไม่ใส่ใจกับสิ่งที่แม่พูด แต่มีครอบครัวหนึ่ง ที่กลับทำตรงกันข้ามในช่วงสุดสัปดาห์ ต้นเล่นเกมเป็นเวลานานมาก

และไม่ทำการบ้านแม่จึงถามเขาว่า “ลูกกะจะเล่นเกมถึงกี่โมง?” ต้นตอบว่า : “ขอเล่นอีก 10 นาที” แม่ตอบกลับไปว่า “โอเค ต้องรักษ าคำพูดนะ” พอผ่านไป 10 นาที แม่ก็เดิน

กลับมาดูอีก ต้นก็ยัง คงนั่งเล่นอยู่ที่เดิม แม่โก ร ธ มาก แต่ก็ต้องสงบสติอารมณ์และพูดอย่างใจเย็นว่า “ปกติลูกเป็นคนรักษ า คำพูดไม่ใช่หรอ?” ในตอนนั้น ต้นเริ่มรู้สึกผิด

จากนั้นก็เดินไปปิดสวิทช์ และรีบไปทำการบ้านทันที นั้นเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ แม่ของต้นเคยพูดหลายรอบ เกี่ยวกับนิทานเรื่อง “การเป็นคนน่าเชื่อถือ” และ นั้นก็ทำให้

ต้นค่อยซึมซับเข้าไปในจิตใจ ปกติ แม่จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญเกี่ยว กับการอ่ านหนังสือ ทบทวนตำราเป็นอย่างมากจึงได้ซื้อนิทานสร้างแรงบันดาลใจให้อ่ านมากมาย

และจากนิทานเหล่านี้ ทำให้ต้นเรียนรู้ ที่จะนำมา ใช้กับตนเอง เสริมสร้างการควบคุมนิสัยของตนเอง การอดทนอดกลั้นด้านจิตตานุภาพ เพื่อให้ตนเองเป็นคนที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น

ประสบการณ์ของครูพบว่า : “แม่ขี้เกียจ” ไม่ขยันที่จะบ่น ทั้งวันแต่ใช้เหตุผล ในการพูดคุย เพราะเธอรู้ดีว่าลูกไม่ชอบการบ่น แต่เธอขยันในการหาวิธีในการรับมือเพื่อปลูกฝัง

จิตสำนึกและคุณภาพที่ดีเยี่ยมให้ลูก

2. แม่ต้องขี้เกียจขยับมือ สอนให้ลูกเรียนรู้จักพึ่งพาตนเอง

คุณแม่กุ๊ก เผยประสบการณ์ว่าเธอจะไม่เข้าไปช่วยลูก ในสิ่งที่ พวกเขาสามารถทำได้เอง เช่น เมื่อห้องนอนของกุ๊ก ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยแม่จะเตือนกุ๊กว่า ควรจัดห้องอย่างไร

เพื่อให้เป็นระเบียบแต่จะไม่เข้าไปทำให้ลูกเอง เธอปล่อยให้ลูกได้ทำด้วยตัวเองช่วงเปิดภาคเรียนคุณครูขอให้นักเรียนห่อปกหนังสือเรียนเล่มใหม่ของเทอมนี้ แต่กุ๊กทำไม่เป็น

แม่จึงสอนกุ๊กห่อ 1 เล่มก่อนเป็นตัวอย่าง ให้กุ๊กดูจากนั้นก็ปล่อยให้กุ๊กลองทำเองทั้งหมด กุ๊กไม่อย ากห่อเอง จึงไม่ยอมขยับมือ แม่ก็ไม่สนใจเธอได้แต่ยืนอยู่ข้างๆ พร้อม ชี้นิ้ว

บอก ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่เข้าไปช่วยห่อ ทำให้กุ๊กต้องนั่งห่อเอง ทั้งหมด แม่ของกุ๊กบอกว่า “ความจริงถ้าฉันจะเข้าไปช่วยห่อจะประหยัดเวลาได้มาก แต่กุ๊กจะไม่มีวัน

เรียนรู้ที่ ห่อปกหนังสือเองได้เลย ดังนั้น นี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด คือปล่อยให้กุ๊กห่อเอง แม้ว่าจะห่อไม่เรียบร้อย ก็ตาม” ประสบการณ์ของครูพบว่า : “แม่ขี้เกียจ” ไม่เคยขยันหมั่นเพียร

ในการช่วยเหลือ ลูกในการทำสิ่งต่างๆ แต่ให้ลูกทำเอง เพื่อจะได้พึ่งพาอาศัยตัวเอง ช่วยเหลือตัวเองได้ และไม่เฉยเมยต่อการฝึกฝนสร้างความรับผิดชอบให้กับลูก

3. แม่ต้องขี้เกียจ ไม่เข้าไปช่วยลูกทำการบ้าน

มีคุณแม่คนหนึ่ง เล่าประสบการณ์ ว่าตนเองไม่เคย ไปสอนการบ้าน ให้ลูกชายเลย แม่จะเตือนลูกมากกว่า ว่าเวลาไหน ควรไปทำการบ้านได้แล้ว เมื่อทำเสร็จแล้วก็บอกแม่

คำหนึ่งก็พอ ส่วนการตรวจสอบ ว่าลูกชายทำถูกหรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของตัวเขาเองหรือให้เรียนรู้ว่าถูกหรือผิดจากที่โรงเรียนแม่มีหน้าที่แค่เซ็นชื่อเท่านั้น ในตอนแรกลูกชาย

ไม่พอใจ เป็นอย่างมากโดยบอกว่า “แม่ของคนอื่นจะช่วยตรวจ การบ้านให้ด้วย ทำไมแม่ขี้เกียจแบบนี้…?” เธอตอบลูกชายไปว่า… “ ไม่ใช่เพราะแม่ขี้เกียจหรอกนะ ลูกคิดดูสิ..!!

หากแม่ช่วยลูกตรวจ การบ้านแล้วลูกจะรู้ได้อย่างไร ว่าผิดตรงไหนบ้างแล้วต่อไปลูกจะตรวจเองเป็นไหม…? ตอนสอบ หากผิดลูกจะรู้ไหม ว่ามันผิดตรงไหน จงจำไว้นะว่า

ในตอนนั้น ไม่มีใครสามารถมาช่วยลูกตรวจ ข้อสอบได้ ลูกจะได้ฝึกการตรวจ ความถูกต้องและเรียนรู้ด้วยตัวเอง ” ในห้องเรียนลูกจะเจอ บทเรียนก่อนและจึงจะได้ทำข้อสอบแต่…

ในโลกแห่งความเป็นจริงลูกจะได้ เจอบททดสอบก่อนแล้วถึงจะได้บทเรียน นี่คือสิ่งที่ลูกต้องเรียนรู้ ให้ได้มากที่สุด เธอสอนให้ลูกรู้จักพึ่งตนเองเมื่อพบเจอปัญหา ก็ต้องคิด

ใคร่ครวญเอง หากคิดไม่ออกจริงๆ ค่อยถามแม่หรือขอคำแนะนำจากแม่ได้ ประสบการณ์ของครูพบว่า : “แม่ขี้เกียจ” ไม่เคยชี้นำลูกให้เรียนรู้ แต่ปล่อยให้ลูกทำอย่างอิสระ

และคิดอย่างอิสระ แต่เธอก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเธอยังให้ความสนใจกับลูกและใช้วิธีการที่ชาญฉลาด เพื่อช่วยแก้ปัญหาเมื่อลูกมีปัญหามันสอนให้รู้ว่าผู้ปกครองควรที่จะปล่อยลูก

ของตัวเองบ้างในเวลาที่สมควร ให้เขาได้เรียนรู้ และใช้ชีวิต ของตัวเองให้เต็มที่ สิ่งที่ตัวอย่างแม่ๆทั้งหลายทำนั้น มันเป็นวิธีในการปลูกฝังลูกน้อยที่ดีมาก เพื่อให้เขาสามารถ

เติบโต ได้ด้วยตัวเองและช่วยเหลือ ตัวเองได้พ่อแม่ทุกคน มักจะกังวลกับลูก จนไม่กล้าปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้และทำอะไรด้วยตัวเขาเอง คุณควรเอาความกังวลเก็บไว้ในใจ

และปล่อยให้เขาโบยบินไปด้วยวิธีของเขาเอง เพื่อให้เขามีปีกที่แข็งแรงพอ และอยู่ได้ด้วยตัวเองในวันที่ไม่มีคุณปกป้อง

ถ้าอยากให้ลูก เป็นคนใจเย็นให้ฝึกการรอคอย

ถ้าอยากให้ลูก ช่วยเหลือตัวเองเป็น ให้ลูกได้ลองลงมือปฎิบัติ

ถ้าอยากให้ลูก พูดเพราะ และ มีมารย าทต้องทำให้ลูกเห็นทุกวัน

ถ้าอยากให้ลูก มีวินัย พ่อแม่ต้องรู้จัก รักษ าคำพูด

ถ้าอยากให้ลูก แก้ปัญหาได้ ให้ฝึกให้เจอปัญหาบ่อยๆ

ถ้าอยากให้ลูก กล้าแสดงความคิดเห็น ให้ฝึกถามเพื่อให้ลูกกล้า แสดงความคิดเห็น

ขอบคุณที่มา : l i f e b e e p e r

สื่อติดผนังสำหรับลูกรัก
---------------------------------------
วัสดุ : ผ้าไวนิล 360g กันแดด กันฝน กันน้ำ สีไม่ซีด สีทน อยู่ได้นาน
---------------------------------------
สอบถามและสั่งซื้อทางข้อความ Inbox และหน้าเพจได้เลย
โทร.สอบถาม 0807915677,0938926954
หรือไอดีไลน์ https://line.me/ti/p/qXcS1FgULk
-----------------------------------------------
สั่งผ่าน shopee : https://shope.ee/fogYXI5Tc

วิธีชี้นำให้ลูกได้เติบโตไป เป็นผู้ใหญ่ที่ดีด้วย10 ข้อทำแล้ว..มีอนาคต1. อย่ากดดันให้เขาต้อง เรียนเก่ง เรียนดีเพียงสอนให้ล...
25/09/2022

วิธีชี้นำให้ลูกได้เติบโตไป เป็นผู้ใหญ่ที่ดีด้วย10 ข้อทำแล้ว..มีอนาคต

1. อย่ากดดันให้เขาต้อง เรียนเก่ง เรียนดีเพียงสอนให้ลูก “เรียนรู้ อยู่ได้ด้วยตัวเอง” นี่แหละ เป็นมรดกชีวิตที่เราควรมอบให้ลูกๆ

2. จงฝึกสั่งสอนลูกๆ ของตน ด้วยรักและเมตตาสอนในวันนี้ มันดีกว่าปล่อยให้โตไปแบบที่ลูกไม่รู้ และถูกสังคมสอนเขาเอง

3. การเลือกทน เพียงเพื่อครอบครัวสมบูรณ์มันไม่ใช่แค่อยู่กันพร้อมหน้ากัน หากอยู่แล้วไม่นำพามันก็ไม่รู้หน้าที่ มีไปก็ ป่ ว ย การเปล่าๆ น่า

4. ลูกชายนั้นเป็น เ พ ศ ทางเลือกมันก็ไม่ใช่เรื่องต้องทุกข์อะไร เพราะตราบเท่าที่ลูกมีความสุข

ไม่ทุกข์ เป็นคนดี มีสำนึกที่ดีมีชีวิตคุณภาพ เท่านี้ก็นับว่าประเสริฐกว่าเรื่อง เ พ ศ สภาพใดๆ แล้ว

5. ลูกเรานั้น อาจไม่ได้สวยหล่อเหมือนใครแต่ว่าหัวใจที่รักลูกนั้น เชื่อว่าเราไม่น้อยกว่า ลูกบ้านใดแน่นอน

6. ไม่ต้องหวังว่าให้เขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้อย่าเอาความหวังมาไว้บนไหล่ลูกอย่าสร้างภาระให้เขาเพราะ

ความหวังเดียวที่ควรมีต่อลูกคือ ให้เขาดำรงชีพได้อย่างเป็นสุขให้อยู่ได้ในวันที่ไม่มีพ่อแม่ประคอง

7. การที่ลูกสาวไม่แต่งงานมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หรือน่าอายอะไรเลย

ถ้าลูกมีชีวิตที่สมบูรณ์เองได้พึ่งตัวเองเป็น ส่วนผู้ชายนั้นก็แค่องค์ประกอบ

8. ไม่มีสามีก็อยู่ได้ แต่ลูกจะขาดแม่ไม่ได้ฉะนั้น จงอย่าเอาเวลาที่มีค่านั้น

ไปทุ่มตามยื้อผู้ชายที่ ทำ ล า ย ครอบครัว ทำ ล า ย ความสมบูรณ์ของชีวิต

9. สอนลูกสาวว่าไม่ต้องแข่ง เพื่อที่จะให้เท่ากับผู้ชายและอีกอย่าง คือสอนลูกชาย

ว่าอย่าไปเอาเปรียบผู้หญิงเพราะโลกทุกวันนี้ทุก เ พ ศ ควร ให้เกียรติเพื่อนมนุษย์เท่าๆ กัน

10. จงสอนเรื่องความกตัญญูนั่นเพราะเรา ต้องทำให้ลูกดูอีกอย่างคือ ไม่ใช่มาลำเลิกตอนโตว่าให้ลูกกตัญญู

รวมสื่อติดผนังสำหรับลูกรัก
----------------------------------------
แถมฟรีเทปกาวสำหรับติดผนัง
---------------------------------------
วัสดุ : ผ้าไวนิล 360g กันแดด กันฝน กันน้ำ สีไม่ซีด สีทน อยู่ได้นาน
---------------------------------------
สอบถามและสั่งซื้อทางข้อความ Inbox และหน้าเพจได้เลย
โทร.สอบถาม 0807915677,0938926954
หรือไอดีไลน์ https://line.me/ti/p/qXcS1FgULk
-----------------------------------------------

Address

Shenzhen

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when สื่อเรียนรู้สำหรับเด็ก บ้านลูกรัก posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share

Category