24/04/2026
YEAR 6 - WEEK 17 (April 24, 2026)
บัด แชงค์
เด่นในดนตรี “West Coast Jazz”
“West Coast Jazz” เป็นรูปแบบดนตรีพัฒนาจากกลุ่มนักดนตรีที่ตั้งรกรากอยู่ที่ในนครลอสแอนเจลิสและซานฟรานซิสโก ช่วงกลางทศวรรษ 1950
นักวิจารณ์บางคนบอก “เวสต์โคสต์แจ๊ส” เป็นประเภทย่อยของ “คูล” หรือ “คูลแจ๊ส” (Cool Jazz) บางคนก็บอกว่าเหมือนกัน
ดนตรีแบบชายฝั่งตะวันตกสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่บรรเลงโดยนักดนตรีอาชีพที่มีงานประจำในห้องบันทึกเสียง นักดนตรีเหล่านั้นจะแบ่งเวลาส่วนหนึ่งออกแสดงฝีมือต่อสาธารณชน ณ จุดศูนย์รวมที่ “ไลท์เฮาส์” คลับแถวชายหาดเฮย์โมซา และ “เฮก” (Haig)
ในนครลอสแอนเจลิส โดยมากงานของพวกเขาเป็นงานในห้องบันทึกเสียง งานอัดเสียงต้องแสวงหาแหล่งข้อมูลใหม่เกี่ยวกับแจ๊ส บริหารด้วยทักษะระดับสูง
แจ๊สแบบ “เวสต์โคสต์” เกิดขึ้นคล้ายดนตรี “บีบ็อพ” มักรวมตัวกันเพื่อแสดงฝีไม้ลายมือหลังงานประจำตามบาร์ตามคลับ พวกนักดนตรีผิวสีในนครนิวยอร์ก ส่วนพวกนักดนตรี “เวสต์โคสต์แจ๊ส” หลังงานบันทึกเสียงในห้องอัดไปรวมตัวเล่นด้วยกัน เป็นพวกนักดนตรีผิวขาว มักใช้หลักการประสานเสียงแบบดนตรียุโรป และใช้เทคนิคบางอย่าง เช่น การสร้าง “ทำนองสัมพันธ์” (Counterpoint) ใช้เครื่องดนตรีบางเครื่องที่ใช้ในออร์เคสตรา
นักดนตรี “เวสต์โคสต์” ที่เด่น ชอร์ที รอเจอร์ส, เจอร์รี มัลลิแกน, อาร์ต เพพเพอร์, จิมมี จิฟฟรี, เชลลี แมนน์, คาร์ล เพอร์กินส์, บัด แชงค์
ความจริง บัด แชงค์ ไม่ใช่ชาวแคลิฟอร์เนีย พื้นเพเดิมเป็นชาวโอไฮโอ เกิดที่เมืองเดย์ตัน วันที่ 27 พฤษภาคม 1926 มีชื่อจริงว่า คลิฟฟอร์ด เอเวอเรตต์ แชงค์ ชื่อเล่นตั้งแต่วัยเด็กว่า “บัด” ต่อมาจึงใช้ชื่อว่า บัด แชงค์ เขาเคยเปรยกับลินดาภรรยาว่า ไม่ชอบชื่อ “คลิฟฟอร์ด”
บัด แชงค์ เติบโตในฟาร์มชนบทที่ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ เริ่มเรียนเป่าคลาริเน็ตตอนอายุ 10 ปี ผ่านไปเพียง 4 สัปดาห์ก็ได้ทำกิจกรรมดนตรีของโรงเรียนออกแสดงต่อหน้าสาธารณชน
หลังจากได้ยินเสียงคลาริเน็ตของ เบนนี กู๊ดแมน และ อาร์ที ชอว์ ทำให้บัดอยากเป็นนักดนตรีอาชีพ สองปีต่อมาหันไปเป่าเทเนอร์แซ็กโซโฟน
บัด แชงค์ เข้าเรียนวิชาเอกดนตรีและธุรกิจที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา เรียนแค่ 2 ปี ลาออกในปี 1946 บัดยืมเงินพ่อเพื่อซื้อฟลูตมาเป่า เขาอาศัยเพื่อนนักเปียโนขับรถจากนิวยอร์กไปยังแคลิฟอร์เนีย เช่าห้องอยู่กับทหารเกณฑ์ที่ได้รับทุนมาเรียนฟลูตในแอลเอ เมื่อเพื่อนร่วมห้องกลับมาถึงห้องมักจะบอกทุกอย่างที่ครูสอนแก่บัด
ทั้งสองคนซ้อมด้วยกัน นี่แหละเป็นบทเรียนฟลูตบทแรกของบัด จนในที่สุดบัดกลายเป็นนักฟลูตทั้งคลาสสิกและแจ๊สชั้นยอด
ปลายปีเดียวกันนี้ บัดกลับไปนครนิวยอร์ก ได้งานเล่นกับวงชาร์ลี บาร์เนต อยู่กับวงนี้จนถึงปี 1948
ปีถัดมา บัดกลับไปอยู่แอลเอ เล่นกับวงขนาดเล็กที่มี แอล วิโอลา นักกีตาร์เป็นหัวหน้าวง
ต่อจากนั้น บัดเข้าไปเล่นในวงสแตน เคนตัน วงขนาด 40 ชิ้น เป็นครั้งแรกที่บัดต้องผ่านการทดสอบฝีมือ ในวงต้องการนักแซ็กโซโฟนที่เป่าฟลูตได้ด้วย บัดเล่นในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มอัลโตแซ็กโซโฟน ไม่ใช่โซโลอิสต์ ซึ่งมี อาร์ต เพพเพอร์ เป็นโซโลอิสต์ของวงอยู่แล้ว ช่วงนี้เองบัดเลิกเป่าเทเนอร์แซ็กโซโฟน
สำหรับผลงานของวงสแตน เคนตัน บัด แชงค์ ชอบฟังงานเรียบเรียงดนตรีที่มีแนวคิดร่วมสมัยของ บิลล์ โฮลแมน เป็นผลงาน “บิ๊กแบนด์” ดีที่สุดเท่าที่เคยฟังมา ทั้งเขียนและบรรเลงได้ดีเยี่ยม ดีกว่าผลงานอื่นเท่าที่วงสแตน เคนตัน เคยมีมา
บัดออกจากวงสแตน เคนตัน เนื่องจากได้รับหมายให้เข้าประจำการในนาวิกโยธิน อยู่แค่ 6 สัปดาห์ก็ถูกปลดออก เพราะตาเขหรือตาเหล่ตั้งแต่เกิด ทางกองทัพไม่ต้องการคนตาเดียวอย่างเขา แม้ภายหลังจะมีการผ่าตัด แต่ก็ไม่ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น เวลาโซโลต้องก้มมองดูพื้น แทนที่จะมองไปที่คนดู ปัญหาเรื่องสายตาทำให้บัดต้องปรับปรุงวิธีการเล่นดนตรี
ตอนอายุ 26 บัดเล่นในวงจอร์จ เรดแมน บรรเลงเพลงเต้นรำจำพวก “จิทเทอร์บัก” ในวงมีนักดนตรีฝีมือดีอย่าง เมย์นาร์ด เฟอร์กูสัน และ บิลล์ เพอร์กิน เล่นสัปดาห์ละ 5 วัน ตอนนี้บัดได้เล่นโซโลสมใจอยาก
ที่ “ไลท์เฮาส์” บัดเล่นกับวงเฮาเวิร์ด รัมซีย์ เป็นแหล่งรวมนักดนตรีหัวสมัยใหม่ในนครลอสแอนเจลิส
บัดได้เล่นกับ เชลลี แมนน์, เจอร์รี มัลลิแกน, เชท เบเกอร์ และนักร้อง จูน คริสตี
ปี 1954 บัด แชงค์ เล่นอัดแผ่นเสียงให้กับ “แปซิฟิกแจ๊ส” เช่น อัลบั้ม Bud Shank with Shorty Rogers; Bud Shank and Bill Perkins
ช่วงเดียวกันนี้ บัด แชงค์ ร่วมทำวงกับ บิลล์ เพอร์กินส์, บ็อบ คูเพอร์ และนักร้อง จูน คริสตี ภรรยาของ บ็อบ คูเพอร์ ออกตระเวนแสดงทั้งในยุโรปและแอฟริกา ทำให้บัดเป็นที่รู้จักของแฟนแจ๊สกว้างขวางขึ้น
ปี 1953 บัด แชงค์ กับ ลอรินโด อัลเมดา นักกีตาร์ชาวบราซิล พร้อม แฮร์รี บาบาซิม และ รอย ฮาร์ด นำเอาเพลงพื้นเมืองของบราซิลมาบรรเลงแบบแจ๊ส จากนั้น 5-6 ปี เพลงลักษณะนี้เรียกว่า “บอสซาโนวา” โดย ชาร์ลี เบิร์ด กับ สแตน เกตซ์ นำมาเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา
ปี 1974 บัด แชงค์ กับ ลอรินโด อัลเมดา มาจับมือกันอีกครั้ง ร่วมก่อตั้งวง “L.A. Four” โดยดึงเอา เรย์ บราวน์ มาเล่นดับเบิลเบส ชัค ฟลอเรส ตีกลอง ประเดิมออกอัลบั้มแรก “The L.A. Four Scores!” บัด แชงค์ เป่าทั้ง อัลโตแซ็กโซโฟนและฟลูต บรรเลงทั้งแบบบอสซาโนวา, ซัมบา, คูล, บ็อพ, บัลลาด
ผมได้ชมการแสดงสดของ “L.A. Four” ที่มี เจฟฟ์ แฮมิตัน ตีกลองที่ “ลูลู ไวท์” แจ๊สคลับหรูสไตล์อังกฤษแถวถนนแอมเพิลตัน เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ตอนประมาณ 4 ทุ่ม คืนวันที่ 11 มิถุนายน 1981 ได้คุยกับ ลอรินโด อัลเมดา ช่วงพัก
บัด แชงค์ ผู้เดี่ยวฟลูตในเพลง California Dreamin’ ของวง “มามาส์แอนด์ปาปาส์” ได้เสียชีวิตที่บ้านในเมืองทูซ์สัน รัฐแอริโซนา วันที่ 2 เมษายน 2009